| Moody’s Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียเป็น “เชิงลบ” (Negative) จากเดิมที่อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable) โดยให้เหตุผลว่ามาจากความสามารถในการคาดการณ์นโยบายของรัฐบาลที่ลดน้อยลง โดยยังคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับ “Baa2” แม้ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้ายกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเพิ่มรายจ่ายด้านสังคม อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายภาครัฐซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาจสร้างความเสี่ยงด้านการคลัง โดยเฉพาะเมื่อการจัดเก็บรายได้จากภาษีของรัฐอยู่ในระดับที่อ่อนแอ รายงานของ Moody’s ระบุว่า ความสามารถในการคาดการณ์และความสอดคล้องด้านนโยบายที่ลดน้อยลง ได้สร้างความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียในสายตานักลงทุน ซึ่งสะท้อนผ่านความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดหุ้นและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และเตือนว่า “หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือด้านนโยบายที่อินโดนีเซียสร้างสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจมาอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงเสถียรภาพในระดับมหภาค การคลัง และระบบการเงิน”  นอกจากนี้ การขยายโครงการสวัสดิการสังคมของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ยังถูกจับตามองมานานในแง่ความเสี่ยงต่อดุลการคลัง แม้ผู้นำอินโดนีเซียจะยืนยันว่าโครงการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มผลิตภาพในระยะยาว ลดต้นทุน และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ การปรับมุมมองของ Moody's เกิดขึ้นหลังจากที่ MSCI ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีตลาดโลก แสดงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการลงทุนในหลักทรัพย์ของประเทศ และเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะปรับลดสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซียไปสู่ตลาดหุ้นชายขอบ ปัจจัยดังกล่าวนำไปสู่การเทขายหุ้นอินโดนีเซียต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วัน ส่งผลให้ดัชนี Jakarta Composite Index ร่วงลงถึง 10% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมาทรงตัว แต่ยังคงมีความผันผวนอยู่ ล่าสุด ในวันนี้ (6 ก.พ.) ดัชนีของตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังคงร่วงลงอีกหลัง Moody’s เผยแพร่รายงานดังกล่าว ด้านกระทรวงการคลังอินโดนีเซียระบุว่า รัฐบาลจะเดินหน้าตามแผนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจต่อไป พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกัน รัฐบาลและธนาคารกลางอินโดนีเซียยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ค่าเงิน และตลาดการเงิน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จาก CIMB ระบุว่า การปรับแนวโน้มของ Moody’s อาจกระทบความเชื่อมั่นตลาดในระยะสั้น เช่นเดียวกับแรงขายหลัง MSCI ออกคำเตือน และอาจนำไปสู่การประเมินนโยบายการคลังและการปฏิรูปสถาบันรอบใหม่ ที่มา Morningstar 
|