| บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นมีแนวโน้มทำสถิติกำไรสุทธิรายปีสูงสุดต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการขายสินทรัพย์และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน หลังจากเผชิญความไม่แน่นอนในช่วงที่ผ่านมา กำไรสุทธิของบริษัทประมาณ 1,000 แห่งในตลาด Prime Market (ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำที่มีสภาพคล่องสูงและเน้นธรรมาภิบาล) ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1% ในปีงบประมาณปัจจุบัน (สิ้นสุดเดือนมี.ค.) พลิกจากประมาณการก่อนหน้าที่คาดว่าจะลดลง 2% หากเป็นไปตามคาด ปีงบประมาณนี้จะนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2008 ที่บริษัทญี่ปุ่นทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีราว 250 บริษัทที่ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ ขณะที่อัตรากำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 6.3% สูงกว่าประมาณการเดิม 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ และเทียบเท่าสถิติสูงสุดของปีก่อนหน้า การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดว่าจะหนุนกำไรกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปอย่าง Disco และผู้ผลิตใยแก้วนำแสง Fujikura สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายที่แข็งแกร่งของผู้บริโภคทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังเป็นปัจจัยบวกต่อ Central Japan Railway ผู้ให้บริการรถไฟชินคันเซ็น สายโทไกโดระหว่างโตเกียว–โอซาก้า และ Isetan Mitsukoshi Holdings ซึ่งทั้งสองแห่งคาดว่าจะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แรงผลักดันจากนักลงทุนและตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ที่ต้องการให้บริษัทให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนเริ่มเห็นผลชัดเจน จากบริษัทประมาณ 600 แห่งที่มีข้อมูลคาดการณ์ค่าอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ตามการประเมินแบบ QUICK Consensus ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทนำเงินของผู้ถือหุ้นไปใช้สร้างผลตอบแทนได้มีประสิทธิภาพเพียงใด พบว่ากว่า 60% มีค่า ROE สูงกว่าเป้าหมาย 8% ที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) กำหนดไว้ ด้าน Fujitsu เพิ่มความสามารถทำกำไรจากการขายธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6 จุด ขึ้นไปแตะ 12% ขณะที่บริษัทกำลังลดขนาดธุรกิจฮาร์ดแวร์ รวมถึงเมนเฟรม และหันไปเน้นบริการไอที โดยเฉพาะคลาวด์คอมพิวติ้ง ทั้งยังได้อานิสงส์จากกำไรขายหุ้นในบริษัทลูกอย่าง Shinko Electric Industries ด้าน IHI กลุ่มบิรษัทด้านงานวิศวกรรม ซึ่งปรับโครงสร้างโดยลดบทบาทธุรกิจเครื่องจักรหนักทั่วไป เช่น หม้อไอน้ำและเครน และหันไปเน้นอากาศยาน อวกาศ และกลาโหม คาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 0.7 จุดเป็น 7.6% แม้รายได้คาดโตเพียง 1% แต่กำไรสุทธิคาดเพิ่มขึ้น 11% ราคาหุ้นหลายบริษัทปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากความคาดหวังผลประกอบการปีถัดไป โดยดัชนี Nikkei Stock Average สูงกว่าระดับปลายปี 2025 ราว 10% สัดส่วนหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/B ต่ำกว่า 1 เท่า) ลดลงเหลือ 37% ณ เดือนม.ค. 2026 จาก 59% ในเดือนม.ค. 2023 สะท้อนมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้น นักวิเคราะห์คาดว่าในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2027 กำไรบริษัทจะเติบโตในวงกว้าง โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง ผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่อนคลายลง และดอกเบี้ยขาขึ้นที่เป็นบวกต่อภาคธนาคาร นักวิเคราะห์บางส่วนยังคาดว่า กำไรต่อหุ้น (EPS) อาจเติบโตในระดับสองหลัก ที่มา Nikkei Asia 
|