อัตราว่างงานฝรั่งเศสพุ่ง 8.1% สูงสุดในรอบ 5 ปี กดดันเศรษฐกิจยูโรโซนท่ามกลางแรงกดดันสงครามอิหร่าน
ฝรั่งเศสส่งสัญญาณเศรษฐกิจอ่อนแรงชัดเจนขึ้น หลังอัตราว่างงานไตรมาสแรกพุ่งขึ้นแตะ 8.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี และสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 7.8% จาก 7.9% ในช่วงปลายปีก่อน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ Insee ยังสะท้อนว่าแรงงานอ่อนตัวลงในทุกช่วงอายุ ขณะที่ธนาคารกลางฝรั่งเศสและกระทรวงงบประมาณยอมรับว่าตัวเลขนี้สะท้อนการชะลอตัวของเศรษฐกิจแล้ว
ตัวเลขล่าสุดของฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงข่าวแรงงานในประเทศ แต่ยังสะท้อนแรงกดดันที่กว้างกว่านั้นต่อ เศรษฐกิจยูโรโซน ในช่วงที่สงครามอิหร่านเริ่มกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเพิ่มความผันผวนด้านเงินเฟ้อ หากเศรษฐกิจแกนหลักของยุโรปเริ่มอ่อนแรงพร้อมกับต้นทุนและราคาสินค้าที่ถูกดันขึ้น ความคาดหวังต่อ นโยบายการเงินของยุโรป จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เพราะธนาคารกลางต้องชั่งระหว่างการพยุงการเติบโตกับการคุมเงินเฟ้อ
สัญญาณเศรษฐกิจที่อ่อนแรงเกินคาด
รายงานจาก Insee ชี้ว่าแรงงานฝรั่งเศสอ่อนตัวลงในทุกช่วงอายุ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตลาดมักตีความว่าเศรษฐกิจเริ่มสูญเสียแรงส่งจากภายใน ไม่ใช่เพียงแรงกระแทกชั่วคราวจากภายนอกเท่านั้น แม้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจะย้ำว่าในช่วงหลังปี 2010 ประเทศยังสร้างงานสุทธิได้มากกว่า 4 ล้านตำแหน่ง และอัตราว่างงานยังต่ำกว่าช่วงหลังวิกฤตปี 2012 ที่เคยเกิน 10% แต่สำหรับนักลงทุน สิ่งที่สำคัญกว่าคือทิศทางข้างหน้า ไม่ใช่การเปรียบเทียบกับจุดต่ำในอดีต
เมื่ออัตราว่างงานขยับขึ้นเหนือคาด พร้อมกับสัญญาณกิจกรรมเศรษฐกิจชะลอจากภาคบริการ อุตสาหกรรม และก่อสร้าง ภาพรวมยิ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสยังไม่ฟื้นตัวอย่างทั่วถึง ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจึงมีโอกาสเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายในประเทศต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อการลงทุนและตลาดการเงินโลก
สำหรับตลาดหุ้นโลก ข้อมูลนี้เพิ่มน้ำหนักให้มุมมองว่าเศรษฐกิจยุโรปยังไม่แข็งแรงพอจะรับแรงกระแทกจากภายนอกได้เต็มที่ หากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ นักลงทุนมักจะหมุนเงินไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เช่น พันธบัตรคุณภาพสูง หรือหุ้นกลุ่มรับประโยชน์จากกระแสป้องกันความเสี่ยง ขณะที่หุ้นวัฏจักรอาจถูกกดดันจากความกังวลเรื่องกำไรในอนาคต
อีกด้านหนึ่ง การที่ดัชนีแรงงานแย่ลงพร้อมกับกิจกรรมเศรษฐกิจที่ชะลอ อาจทำให้ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป ต้องเผชิญโจทย์ยากขึ้น เพราะหากเศรษฐกิจอ่อนแรงมากเกินไป แรงกดดันให้ผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเงินเฟ้อที่ยังได้รับอิทธิพลจากต้นทุนพลังงานก็ทำให้การตัดสินใจซับซ้อนกว่าเดิม
นัยสำคัญต่อนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้ส่งผลผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะหุ้นไทยที่พึ่งพาเศรษฐกิจยุโรปหรือมีรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งอาจเผชิญความต้องการในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าอุตสาหกรรม และบริการบางประเภทที่ชะลอลง นอกจากนี้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและการบริโภคในไทยอาจได้รับผลทางอ้อม หากบรรยากาศเศรษฐกิจโลกอ่อนลงต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน หุ้นที่อิงต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังต้องจับตาความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน เพราะอาจทำให้ เงินเฟ้อ และต้นทุนโลจิสติกส์ผันผวนมากขึ้น นักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นต่างประเทศหรือกองทุนยุโรปจึงควรติดตามว่าเงินทุนกำลังไหลไปหาธีมใด และควรกระจายความเสี่ยงไปหลายภูมิภาคและหลายสินทรัพย์มากขึ้น
กลยุทธ์รับมือความผันผวน
- กระจายพอร์ตไปยังหลายภูมิภาค เพื่อลดการพึ่งพาการฟื้นตัวของยุโรปเพียงด้านเดียว
- พิจารณาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และพันธบัตรคุณภาพสูง หากความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น
- ให้น้ำหนักหุ้นที่มี กระแสเงินสดสม่ำเสมอ และอิงเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น
- ติดตามทิศทางนโยบายของธนาคารกลางยุโรปและข้อมูลเงินเฟ้อควบคู่กับตัวเลขแรงงาน
โดยรวม ข่าวอัตราว่างงานฝรั่งเศสที่พุ่งแตะ 8.1% เป็นสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจยุโรปยังเปราะบาง และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงินในระยะสั้นถึงกลาง นักลงทุนจึงควรมองทั้งภาพแรงงาน เงินเฟ้อ พลังงาน และนโยบายการเงินร่วมกัน ก่อนปรับพอร์ตตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป