หากคุณกำลังมองหาธุรกิจที่ไม่ได้เติบโตแค่ตัวเลข แต่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและผู้คน ลองทำความรู้จักกับ คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข หรือ คุณปุ๊ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) (SO) ผู้นำหญิงที่ไม่ได้มองธุรกิจ Outsourcing เป็นเพียงงานจัดหาคน แต่คือการสร้าง “โซลูชันแบบครบวงจร” ที่ตอบโจทย์การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและผู้คนในยุคดิจิทัล
SO ไม่ใช่แค่ “ผู้ให้บริการ” แต่คือ “พันธมิตรทางธุรกิจ”
การทำงานกว่า 18 ปีใน SO ไม่ใช่แค่งาน แต่เป็นการ “ใช้ชีวิต” และ “ทำความเข้าใจ” ทุกกลไกของธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ธุรกิจหลักอย่าง SO PEOPLE (จัดหาบุคลากร) ไปจนถึง SO WHEEL (รถเช่า) และธุรกิจใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง SO NEXT (เทคโนโลยี) และ SO GREEN (สิ่งแวดล้อม)
ดังนั้น SO ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท เอาต์ซอร์ซซิ่งแบบเดิมๆ ที่เพียงแค่จัดหาคนตามคำสั่ง แต่คือ Ecosystem ที่สามารถเชื่อมโยงบริการทุกด้านเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ลูกค้าที่ใช้บริการคนขับรถ อาจต่อยอดไปสู่การใช้ SO NEXT เพื่อยกระดับการบริหารจัดการยานพาหนะ หรือแม้แต่เริ่มต้นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมกับ SO GREEN
และแม้แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอ ลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่น ต้อง Cost Down สามารถเข้าไปเป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยลดขนาด (Downsize) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมขยายทีม (Upsize) เมื่อธุรกิจเติบโต ดังนั้นเราไม่ใช่แค่คู่ค้า แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจ

ตัดสินใจจากข้อมูลจริง และอยู่กับลูกค้าในทุกสถานการณ์
จากการทำงานกับ SO มานานจนสามารถอธิบายและขายได้ทุกธุรกิจ และด้วยงานเอาต์ซอร์ซซิ่งเป็นงานที่ซับซ้อน การตัดสินใจจึงต้องอยู่บน “ข้อมูลที่ถูกต้อง เรียลไทม์ และชัดเจน” โดยเธอจะลงรายละเอียดด้วยตนเองเกือบทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจนั้นแม่นยำและทันต่อสถานการณ์
เธอยังเผยเคล็ดลับสำคัญในการเป็นผู้นำว่า “ต้องอยู่กับลูกค้าในทุกสถานการณ์” ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ต้องเสี่ยงลงทุนในงานใหม่ หรือช่วงที่ต้องช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างธุรกิจในเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งความไว้ใจที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาเหล่านี้ ทำให้ SO เติบโตขึ้นได้แม้ในภาวะวิกฤต
“เทคโนโลยี + SLA” สร้างความยั่งยืน
คุณปุ๊กเชื่อว่าการเติบโตของ SO ในยุคใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วย “เทคโนโลยี” และ “มาตรฐานการทำงาน (SLA – Service Level Agreement)” ที่ชัดเจน
SO NEXT จึงไม่ใช่แค่ทีมสนับสนุนภายใน แต่กำลังจะกลายเป็น New S-Curve ที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทในอนาคต ด้วยโซลูชันที่ช่วยองค์กรต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
การนำ AI และเทคโนโลยี เข้ามาใช้ในการสรรหาและบริหารจัดการพนักงาน ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและภาระงาน แต่ยังช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างหลากหลายและยืดหยุ่น
3 เสาหลักของ SLA หัวใจของการสร้างความเชื่อมั่น
SO ได้วางเป้าหมายในการสร้างความแข็งแกร่งของ SLA หรือมาตรฐานการให้บริการผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่
Reliable (ความน่าเชื่อถือ): แต่ละธุรกิจต้องมีวิธีสร้างความน่าเชื่อถือเฉพาะตัว เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในบริการ
Predictable (คาดการณ์ได้): ลูกค้าต้องเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 3-4 เดือนหลังเริ่มงาน เช่น ข้อมูลและแผนการทำงานที่ออกแบบมาเฉพาะ
Scalable (ยืดหยุ่นได้): SO พร้อมปรับตัวตามลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวที่ลูกค้าต้องการลดขนาดการใช้บริการ หรือช่วงขยายธุรกิจที่ต้องการเพิ่มขนาดทีมงาน
นี่คือสิ่งที่ทำให้ SO แตกต่างจากผู้ให้บริการรายเล็ก เพราะมีฐานลูกค้าที่หลากหลายและทีมงานขนาดใหญ่ ทำให้สามารถออกแบบโซลูชันที่ปรับเปลี่ยนได้ทันที

“หิวความรู้ หิวลูกค้า” หนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
สำหรับอนาคต คุณปุ๊กเชื่อว่า SO ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องไม่หยุดคิด ไม่หยุดพัฒนา และต้อง “หิวความรู้และหิวลูกค้า” อยู่เสมอ เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทได้ปรับเป้ารายได้ปี 2568 ขึ้นเป็น 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 2,800 ล้านบาท และมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะสามารถสร้างสถิติกำไรใหม่ (New High) ได้สำเร็จ
โครงสร้างธุรกิจหลักของ SO ปัจจุบันประกอบด้วย
SO PEOPLE (71%): จัดหาบุคลากรและบริหารแรงงานมืออาชีพ
SO WHEEL (18%): บริการรถเช่าและบริหารยานพาหนะ
SO GREEN (6%): โซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
SO NEXT (5%): ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล

ปัจจุบัน SO มีพนักงานภายใต้การดูแลกว่า 11,000-12,000 คน ด้วยจุดแข็งของการเป็น “Ecosystem” ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้ลูกค้า ทำให้พนักงานที่ถูกส่งไปทำงาน สามารถเติบโตไปด้วย และลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไปและมั่นใจว่า SO จะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
ด้วยวิสัยทัศน์และหลักการทำงานที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้ SO สามารถประกาศเป้าหมายรายได้ปี 2568 ที่ 3,000 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะสามารถสร้างสถิติกำไรสูงสุดครั้งใหม่ (New High) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการลงทุนใน “โซลูชันที่สร้างมูลค่าเพิ่ม” คือกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนในยุคนี้อย่างแท้จริง










