| SET CEO Survey เผย 78% มองไทยยังน่าลงทุน พร้อมคาดเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 1.1-2% ขณะที่ 46% ไม่ชะลอแผนลงทุน มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ-ขยายตลาดใหม่ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เปิดเผยผลสำรวจ SET CEO Survey: Economic Outlook 2026 ซึ่งสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจในปี 2569 การสำรวจจัดทำระหว่างวันที่ 23 ม.ค. – 13 ก.พ. 2569 มีบริษัทจดทะเบียนร่วมตอบแบบสอบถาม 234 บริษัท แบ่งเป็น SET จำนวน 180 บริษัท mai จำนวน 54 บริษัท  -คิดเป็น 53.9% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ครอบคลุม 8 อุตสาหกรรม 26 หมวดธุรกิจ มุมมองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ในภาพรวม CEO ของบริษัทจดทะเบียนคาดว่า -เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโต 1.1–2% -เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 0–2% ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ -การฟื้นตัวของ ภาคการท่องเที่ยว -นโยบายการคลัง -การใช้จ่ายของภาครัฐ ขณะที่ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ -เสถียรภาพทางการเมือง -หนี้ครัวเรือนระดับสูง -กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ -73% ของ CEO คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตได้ที่ระดับ 1-2% -CEO เกินกว่า 80% คาดการณ์รายได้ของบริษัทฯ ยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 โดยกว่า 2 ใน 3 ประเมินการเติบโตในช่วง 0–10% สะท้อนภาพการขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป -3 ใน 4 ของ CEO มองว่า 12 เดือนข้างหน้าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุน โดยให้ความสนใจทั้งประเทศไทยและอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นจุดหมายหลักของหลายอุตสาหกรรม สะท้อนบทบาทในฐานะฐานการผลิตและตลาดเติบโต ขณะที่กลุ่มบริการมีการกระจายการลงทุนในหลายประเทศมากที่สุด แสดงถึงความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ แม้บางอุตสาหกรรมยังมีท่าทีระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงิน กลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน ผลสำรวจพบว่า บริษัทจดทะเบียนได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อรับมือความท้าทาย โดยเน้น 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หลายบริษัทมุ่งเรื่องสำคัญ คือ -เพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน -เพิ่มมูลค่าสินค้า -ใช้ พลังงานทดแทน -นำ ระบบอัตโนมัติ (Automation) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนระยะยาว 2. การลงทุนและระดมทุน ผลสำรวจพบว่า -46% ของบริษัท ยังไม่ชะลอการลงทุน -78% มองไทยยังเป็นเป้าหมายลงทุนที่สำคัญ ขณะเดียวกัน หลายบริษัท ยังไม่มีแผนระดมทุนเพิ่ม ผ่านการกู้ยืมหรือการออกตราสารทุน 3. การตลาด -บริษัทส่วนใหญ่ปรับกลยุทธ์ด้านตลาด เช่น -ปรับสินค้าให้ตรงกับความต้องการผู้บริโภค -ปรับราคาให้เหมาะสม -เปลี่ยนช่องทางจำหน่าย -เพิ่มกลยุทธ์โฆษณา -พร้อมมองว่า การทำตลาดแบบ Niche Market การ ขยายตลาดส่งออกใหม่ เป็นกลยุทธ์สำคัญ 4. การปรับโครงสร้างธุรกิจ -หลายบริษัทมีแผนปรับโครงสร้างองค์กร แต่ยัง ไม่เน้นการควบรวมกิจการ (M&A) ในระยะนี้ - CEO ส่วนใหญ่มุ่งสร้างมูลค่าผ่านการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจหลักควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจสู่โอกาสใหม่ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงและโครงสร้างทางการเงินอย่างเหมาะสม มากกว่าการตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะสั้น ทั้งนี้ มุมมองดังกล่าวมีความสอดคล้องกันในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม -การเพิ่ม Shareholder Value เป็นหัวใจของการกำหนดกลยุทธ์องค์กร ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งในรูปของกำไร การเติบโต และความเชื่อมั่นในตลาดทุน -การสร้างมูลค่าในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าต้นทุนเงินทุน -การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้านในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการกำกับดูแลกิจการที่ดี -การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการจัดสรรเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพของตลาดทุนไทยในระยะยาว 
|