22 พ.ค. 2569ทดสอบบข่าว PR 04Translatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 15:25 น. ราคาหุ้น SIS ปรับตัวลดลง 8.7% มาอยู่ที่ 21 บาท โดยมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นผิดปกติถึง 37,002 หน่วย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันทำการถึง 10.59 เท่า โดยข้อมูลการซื้อขายระบุว่ามีสัดส่วนฝั่งขายสูงถึง 76.32% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในวันนี้ จากการตรวจสอบประเด็นข่าวในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พบว่าไม่มีข่าวสารเชิงลบที่มีนัยสำคัญเฉพาะเจาะจงต่อตัวบริษัท SIS โดยตรง ทั้งนี้ต้องระวังความสับสนกับข้อมูลข่าวของบริษัท SISB (โรงเรียนนานาชาติ) ที่มีการรายงานผลประกอบการและบทวิเคราะห์ออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีและอุปกรณ์สำนักงานครบวงจร โดยงบการเงินไตรมาส 1/2569 มีรายได้และกำไรเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) ลดลงเหลือ 1.46 เท่า ขณะที่ค่า PE อยู่ที่ 9.19 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 5.30% เนื่องจากความเคลื่อนไหวของราคาและวอลุ่มที่ผิดปกติในวันนี้ไม่พบข่าวสารเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับตัวบริษัทโดยตรง ประกอบกับงบการเงินยังคงมีการเติบโต จึงเป็นกรณีที่ควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทหรือการชี้แจงจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของแรงขายที่เกิดขึ้น แท็กที่เกี่ยวข้องข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 15:25 น. ราคาหุ้น SIS ปรับตัวลดลง 8.7% มาอยู่ที่ 21 บาท โดยมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นผิดปกติถึง 37,002 หน่วย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันทำการถึง 10.59 เท่า โดยข้อมูลการซื้อขายระบุว่ามีสัดส่วนฝั่งขายสูงถึง 76.32% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในวันนี้ จากการตรวจสอบประเด็นข่าวในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พบว่าไม่มีข่าวสารเชิงลบที่มีนัยสำคัญเฉพาะเจาะจงต่อตัวบริษัท SIS โดยตรง ทั้งนี้ต้องระวังความสับสนกับข้อมูลข่าวของบริษัท SISB (โรงเรียนนานาชาติ) ที่มีการรายงานผลประกอบการและบทวิเคราะห์ออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีและอุปกรณ์สำนักงานครบวงจร โดยงบการเงินไตรมาส 1/2569 มีรายได้และกำไรเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) ลดลงเหลือ 1.46 เท่า ขณะที่ค่า PE อยู่ที่ 9.19 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 5.30% เนื่องจากความเคลื่อนไหวของราคาและวอลุ่มที่ผิดปกติในวันนี้ไม่พบข่าวสารเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับตัวบริษัทโดยตรง ประกอบกับงบการเงินยังคงมีการเติบโต จึงเป็นกรณีที่ควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทหรือการชี้แจงจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของแรงขายที่เกิดขึ้น