16 ก.พ. 2569SCB EIC ชี้ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง หนุนเสถียรภาพการเมือง คาดศก.โต 1.5% จับตาความเสี่ยงเลือกตั้งซ้ำTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 ก.พ. 69 12:39 น. SCB EIC ประเมินชัยชนะของ พรรคภูมิใจไทย หนุนโอกาสจัดตั้งรัฐบาลมีเสถียรภาพ เดินหน้านโยบายต่อเนื่อง คาดงบฯ ปี 70 ล่าช้าไม่มาก กระทบเศรษฐกิจจำกัดคงคาดการณ์ GDP โต 1.5% แต่ยังต้องจับตาประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หวั่นเลือกตั้งใหม่ - คดีการเมืองฝ่ายค้านเดิม นายวิชาญ กุลาตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส และนายภัคพล ตันติวิชช์ นักเศรษฐศาสตร์ SCB EIC เปิดเผยถึง การประเมินชัยชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ของพรรคภูมิใจไทยด้วยคะแนนเสียง 193 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง (ผลอย่างไม่เป็นทางการของ กกต. อยู่ระหว่างประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง) จึงมีแนวโน้มจะจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ สร้างความต่อเนื่องของนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน และลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยลงได้บ้าง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - รัฐบาลใหม่มีแนวโน้มจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือน พ.ค. ส่งผลให้กระบวนการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จะล่าช้าไม่มากเพียง 1-2 เดือน ใกล้เคียงกับที่ SCB EIC ประเมินไว้ก่อนการเลือกตั้ง ไม่ส่งผลกระทบต่อคาดการณ์ว่า ฐานเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.5% - นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยตอบโจทย์แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านมาตรการ 10 พลัส มุ่งขยายตัวกว่า 3% แต่การผลักดันให้เกิดผลสำเร็จจริงยังมีความท้าทายสูงบนข้อจำกัดทางการคลังที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญและความสมดุลระหว่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กับนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว - ประเมินว่าหากรัฐบาลสามารถผลักดันชุดนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะกลาง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงบริหารงบประมาณและปฏิรูปการคลังอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังในยามวิกฤติและลดความเสี่ยงด้านเครดิตเรตติงของประเทศ จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจได้ในระยะต่อไป - ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงมีความเสี่ยงต้องติดตาม โดยเฉพาะกรณีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้สามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ รวมถึงการตัดสินคดีทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้านเดิม closeลงชื่อเข้าใช้งานหรือ สมัครใช้งานฟรี เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ efinAI และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ต้องแสดงอีกในวันนี้สมัครใช้งานฟรีมีบัญชีเรียบร้อยแล้ว?ลงชื่อเข้าใช้งานcloseกรุณาอัปเกรดแพ็กเกจของคุณ เพื่ออ่านข่าวย้อนหลังแพ็กเกจปัจจุบันของคุณไม่สามารถอ่านข่าวนี้ได้ หากคุณต้องการอ่านข่าวย้อนหลังเกิน ตามที่กำหนด กรุณาอัปเกรดแพ็กเกจของคุณแท็กที่เกี่ยวข้องSCBEICไทยพาณิชย์ภูมิใจไทยเลือกตั้งReported byชุติมา อภิชัยสุขสกุลผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 ก.พ. 69 12:39 น. SCB EIC ประเมินชัยชนะของ พรรคภูมิใจไทย หนุนโอกาสจัดตั้งรัฐบาลมีเสถียรภาพ เดินหน้านโยบายต่อเนื่อง คาดงบฯ ปี 70 ล่าช้าไม่มาก กระทบเศรษฐกิจจำกัดคงคาดการณ์ GDP โต 1.5% แต่ยังต้องจับตาประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หวั่นเลือกตั้งใหม่ - คดีการเมืองฝ่ายค้านเดิม นายวิชาญ กุลาตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส และนายภัคพล ตันติวิชช์ นักเศรษฐศาสตร์ SCB EIC เปิดเผยถึง การประเมินชัยชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ของพรรคภูมิใจไทยด้วยคะแนนเสียง 193 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง (ผลอย่างไม่เป็นทางการของ กกต. อยู่ระหว่างประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง) จึงมีแนวโน้มจะจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ สร้างความต่อเนื่องของนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน และลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยลงได้บ้าง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - รัฐบาลใหม่มีแนวโน้มจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือน พ.ค. ส่งผลให้กระบวนการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จะล่าช้าไม่มากเพียง 1-2 เดือน ใกล้เคียงกับที่ SCB EIC ประเมินไว้ก่อนการเลือกตั้ง ไม่ส่งผลกระทบต่อคาดการณ์ว่า ฐานเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.5% - นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยตอบโจทย์แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านมาตรการ 10 พลัส มุ่งขยายตัวกว่า 3% แต่การผลักดันให้เกิดผลสำเร็จจริงยังมีความท้าทายสูงบนข้อจำกัดทางการคลังที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญและความสมดุลระหว่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กับนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว - ประเมินว่าหากรัฐบาลสามารถผลักดันชุดนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะกลาง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงบริหารงบประมาณและปฏิรูปการคลังอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังในยามวิกฤติและลดความเสี่ยงด้านเครดิตเรตติงของประเทศ จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจได้ในระยะต่อไป - ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงมีความเสี่ยงต้องติดตาม โดยเฉพาะกรณีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้สามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ รวมถึงการตัดสินคดีทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้านเดิม