| ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ ช่วง 3.50-3.75% ด้วยมติ 9 ต่อ 3 พร้อมส่งสัญญาณพักการลดดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน โดยคาดว่าจะลดอีกหนึ่งครั้งในปีหน้า เนื่องจากยังต้องการรอดูสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในเรื่องทิศทางตลาดแรงงานและภาวะเงินเฟ้อซึ่งยังคงสูงอยู่ “Dot plot” หรือแผนภูมิประมาณการอัตราดอกเบี้ย บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่า จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% เท่านั้นในปี 2026 ซึ่งเป็นมุมมองเดียวกับคาดการณ์เมื่อเดือนก.ย. โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอยู่ที่ประมาณ 2.4% ภายในสิ้นปีหน้า ขณะเดียวกันยังปรับเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น 2.3% จาก 1.8% ส่วนอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับปานกลางที่ 4.4% คณะกรรมการ FOMC เผยว่า จะประเมินข้อมูลที่ได้รับมาอย่างรอบคอบ ประกอบการพิจารณาขอบเขตและช่วงเวลาของการปรับอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นถ้อยคำที่เคยใช้เพื่อส่งสัญญาณว่าจะระงับมาตรการด้านนโยบายไว้ชั่วคราว ขณะที่ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้งในปีหน้า แม้ว่าเฟดจะออกแถลงการณ์แล้วก็ตาม ทางด้านเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แถลงหลังการประชุมว่า "เราได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงไปแล้ว 0.75% ตั้งแต่เดือนก.ย. และลดไป 1.75% นับจากเดือนก.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งอัตราดอกเบี้ยตอนนี้อยู่ในกรอบกว้าง ๆ ในประมาณการค่ากลาง เราอยู่ในจุดที่ดีที่จะรอดูว่า เศรษฐกิจจะพัฒนาไปอย่างไร” พาวเวลล์กล่าวเหมือนเช่นเคยว่า "เราไม่ได้กำหนดนโยบายการเงินล่วงหน้า และจะตัดสินใจในการประชุมแบบครั้งต่อครั้ง”  การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ มีผู้ไม่เห็นด้วยสามคน นำโดยออสตัน กูลส์บี (Austan Goolsbee) ประธานเฟด สาขาชิคาโก และเจฟฟรีย์ ชมิด (Jeffrey Schmid) ประธานเฟด สาขาแคนซัสซิตี้ ซึ่งมองว่าควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน ขณะที่สตีเฟน มิแรน (Stephen Miran) ผู้ว่าการเฟด ยังคงสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ด้านอาร์ต โฮแกน (Art Hogan) หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดของ B. Riley Wealth ระบุว่า "นี่เป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบเข้มงวด (Hawkish cut) ชัด ๆ ไม่ใช่แค่ในแง่ที่ว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยสองคนที่ต้องการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่หากดู Dot plot จะเห็นว่า มีหกคนที่มองว่า จะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้" โดย Dot plot แสดงให้เห็น "จุด" คาดการณ์ดอกเบี้ยหกจุด อยู่ที่ 3.9% ซึ่งเป็นคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนที่จะมีการปรับลดเมื่อวันพุธ มุมมองที่แข็งแกร่งต่อแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2026 ในแง่หนึ่ง เฟดคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในปีหน้ามีแนวโน้มที่ดี แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจยังคงสูงกว่าที่คาดไว้ แต่ก็คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยที่อัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานก็จะลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์นโยบายและคาดการณ์ล่าสุดนั้น จัดทำขึ้นมาโดยไม่มีข้อมูลที่อัพเดทล่าสุดเกี่ยวกับตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ แต่อาศัยตัวบ่งชี้เท่าที่มีอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เฟดระบุว่า มาจากการสำรวจเป็นการภายใน การรวบรวมข้อมูลจากชุมชน และข้อมูลจากภาคเอกชน ส่วนข้อมูลจากภาครัฐล่าสุดเกี่ยวกับอัตราการว่างงานและเงินเฟ้อคือ ข้อมูลของเดือนก.ย. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% จาก 4.3% ในขณะที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.8% จาก 2.7% (เป้าหมายของเฟดคือ 2%) ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจาก 2.3% ในเดือนเม.ย. ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งผ่านต้นทุนภาษีนำเข้าไปยังผู้บริโภค โดยเป็นปัจจัยที่ทำให้เจ้าหน้าที่เฟดมีความเห็นที่แตกต่างกันในการกำหนดนโยบาย ทั้งนี้ รายงานการจ้างงานและเงินเฟ้อเดือนพ.ย. จะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า ส่วนรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 3 จะรายงานในภายหลัง แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า "ตัวบ่งชี้ที่มีอยู่สะท้อนว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวในอัตราปานกลาง การจ้างงานชะลอตัวลงในปีนี้ และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจนถึงเดือนก.ย." ที่มา Reuters 
|