| การออกพันธบัตรสกุลเงินหยวนในตลาดนอกประเทศ หรือที่เรียกว่า “ติ่มซำบอนด์” เพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่อีกครั้ง สะท้อนความคืบหน้าของรัฐบาลจีนในการผลักดันการใช้เงินหยวนสู่การเป็นสกุลเงินสากล ท่ามกลางความน่าสนใจของเงินดอลลาร์สหรัฐที่เริ่มอ่อนแรงลง ข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์กระบุว่า มูลค่าการออกพันธบัตรหยวนนอกประเทศ หรือที่เรียกว่า “ติ่มซำบอนด์” อยู่ที่ราว 870,000 ล้านหยวน (ประมาณ 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าสถิติทั้งปี 2024 ที่ทำไว้ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปแล้ว และนับเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ที่การออกพันธบัตรประเภทนี้ขยายตัว การออกพันธบัตรที่คึกคักดังกล่าว ถือเป็นหลักฐานล่าสุดของความนิยมที่เพิ่มขึ้นของสกุลเงินหยวนในระบบการเงินโลก โดยอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำของจีนดึงดูดผู้ออกตราสารจำนวนมาก ขณะเดียวกันค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น ยิ่งเร่งให้นักลงทุนหันเหออกจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ นอกจากนี้ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญอีกประการ คือการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของการออกพันธบัตรติ่มซำรุ่นอายุครบไถ่ถอนยาว ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อแนวโน้มของเงินหยวนในระยะยาว คีธ ชอง หัวหน้าฝ่ายการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ ประจำจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียเหนือของ Standard Chartered ระบุว่า ในปี 2026 คาดว่าจะมีทั้งผู้ออกตราสารต่างชาติทั้งรายเดิมและรายใหม่เพิ่มขึ้น โดยได้ประโยชน์จากระดับผลตอบแทนที่ต่ำ และการกระจายแหล่งเงินทุนออกจากสกุลเงินกลุ่ม G3 พร้อมกล่าวเสริมว่า ขณะนี้เห็นการขยายตัวของฐานนักลงทุนในตลาดเงินหยวนนอกประเทศอย่างชัดเจน ผ่านกระแสเงินทุนฝั่ง Southbound ซึ่งหมายถึงการที่นักลงทุนจากจีน เข้าซื้อพันธบัตรในต่างประเทศ ผ่านกลไกการเชื่อมโยงการซื้อขายกับฮ่องกง  การออกพันธบัตรอายุยาว ถือเป็นธีมเด่นของปี 2025 โดยมีการจำหน่ายพันธบัตรติ่มซำ ที่มีอายุครบไถ่ถอน อย่างน้อย 10 ปี จำนวน 152 รุ่น มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยมีผู้เล่นรายสำคัญอย่างเทมาเส็ก โฮลดิงส์ นักลงทุนภาครัฐของสิงคโปร์ บริษัทประกันระดับโลกอย่างชับบ์ และเทนเซ็นต์ โฮลดิงส์ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ที่ต่างออกพันธบัตรอายุยาวถึง 30 ปี ซึ่งยังถือเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยในตลาดนี้ ปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 1.84% เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุเดียวกันที่ประมาณ 4.16% โดยค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นในปีนี้ ก็เป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 3.9% เมื่อเทียบกับเงินหยวนตั้งแต่ต้นปี 2025 หลังจากแข็งค่าต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ปี ทั้งนี้ สถิติของดอยช์แบงก์บ่งชี้ว่า การระดมทุนในต่างประเทศของภาคธุรกิจจีน ยังคงพึ่งพาสกุลเงินต่างประเทศเป็นหลัก โดยการออกตราสารหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐ ที่ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอนมีมูลค่าสูงถึง 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประมาณ 1 ใน 3 ของตราสารหนี้เหล่านี้ จะครบกำหนดไถ่ถอนภายใน 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรติ่มซำ ยังดึงดูดผู้ออกตราสารภาครัฐและกึ่งภาครัฐรายใหม่เป็นครั้งแรกในปีนี้ เช่น อินโดนีเซีย และธนาคารพัฒนาแห่งคาซัคสถาน ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายในกลุ่มผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลก ที่มา Bloomberg  |