นับเป็นความท้าทายของธุรกิจสินเชื่อในปี 67 ภายใต้เศรษฐกิจไทยที่ทยอยฟื้นตัว ภาพรวมกำลังซื้อที่ลดลง และหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ทำให้ต้องกลับมามองในด้านด้านคุณภาพ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต โดย บมจ. สตาร์มันนี่ หรือ SM ผู้นำสินเชื่อรายใหญ่แห่งภาคตะวันออก ชูจุดแข็ง ภาพรวมสินเชื่อปีนี้ยังแข็งแกร่ง แคมเปญล็อกโฟน หนุนการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ รวมถึง กำลังซื้อในภาคตะวันออก และ EEC เป็นหมุดหมายที่ภาครัฐและเอกชนเดินหน้าลงทุนในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเป็นไปในทิศทางที่ดี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย มีโอกาสสัมภาษณ์ “ชูศักดิ์ วิวัฒน์วงศ์เกษม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ SM จะมาเล่าถึงเป้าหมาย และโอกาสการเติบโตในปีนี้ ตอกย้ำผู้นำสินเชื่อรายใหญ่แห่งภาคตะวันออก

SM เจาะตลาดสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง
สตาร์มันนี่ (SM) ปัจจุบันธุรกิจหลักของ SM ได้แก่ 1. จำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และรถจักรยานยนต์ เป็นต้น ทั้งในรูปแบบการจำหน่ายสินค้าแบบขายเงินสดและขายผ่อนชำระ ซึ่งจัดทำเป็นสัญญาเช่าซื้อ โดยจำหน่ายสินค้าผ่าน “ร้านสตาร์มันนี่” 2. ธุรกิจให้บริการปล่อยสินเชื่อแบบมีหลักประกัน และสินเชื่อบุคคล โดยหลักประกันเงินให้กู้ยืม เช่น เล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์ โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และให้บริการอื่นเพิ่มเติม เช่น การเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เป็นต้น โดยในโค้งแรกของปีสัดส่วนสินเชื่อเงินกู้ยืมอยู่ที่ประมาณ 91.7% ขณะที่ สินเชื่อเช่าซื้อ 8.3%
คุณชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า “สินเชื่อเช่าซื้อของ SM มีความแตกต่างกับเจ้าอื่น คือ ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่มีสินเชื่อเช่าซื้อ ทำเราแตกต่างในตลาด และข้อดีคือ สินเชื่อเช่าซื้อให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งในปีนี้และปีต่อไปจะเน้นสินเชื่อเช่าซื้อมากขึ้นโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากวันนี้เราเจอแล้วว่า “เทคโนโลยีล็อกโฟน” ซึ่งเป็นระบบล็อกโทรศัพท์ จะเข้ามาช่วยป้องกันหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต และช่วยให้ผลการจัดเก็บชำระหนี้มียอดที่ชัดเจน”
ชูไฮไลท์ แคมเปญล็อกโฟน หนุนรักษา NPL ให้ไม่เกิน 4%
ในฐานะผู้นำสินเชื่อภาคตะวันออก มีมุมมองตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟนความต้องการสูง เป็นตลาดที่ใหญ่ เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นต่อการใช้งานประจำวัน ขณะที่ดอกเบี้ยเงินผ่อนอยู่ในระดับสูง ทำให้ SM สนใจ แม้มีความเสี่ยงในเรื่องการติดตาม จัดเก็บ แต่บริษัทพบเทคโนโลยีล่าสุดเรื่อง ล็อกโฟน ที่เข้ามาคุมเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจสินเชื่อได้ และได้เริ่มนำมาใช้ในกลางไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการรวบรวมสถิติการชำระหนี้ เห็นว่าการชำระเงินดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง งวดแรก 88% และ ณ สิ้นไตรมาส 1/67 การชำระหนี้ของลูกค้าอยู่ที่ 94% สะท้อนว่าการชำระเงินจากเทคโนโลยีล็อกโฟนทำได้ค่อนข้างดีขึ้นเรื่อยๆ นำมาซึ่งการควบคุมหนี้ด้อยคุณภาพ หรือ NPL ที่อยู่ในระดับที่เราคาดหวังไว้ และมีทิศทางปรับลดลง
ขณะเดียวกัน ในปัจจุบัน SM ถือว่าดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ถูกกว่าคู่แข่ง ทำให้ บริษัทสามารถปรับ Yield ให้เพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต ทั้งนี้ ปัจจุบัน SM มีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 40% และเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 60% ซึ่งจากทิศทางตลาดสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มเติบโตที่สูง จึงทำให้บริษัทหันมารุกตลาดโทรศัพท์มือถือ โดยจะผลักดันให้พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ดี NPL ไตรมาส 1/67 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4.9% มาจากสินเชื่อรถบรรทุกที่เก็บเงินไม่ได้มีสูงสุดประมาณ 30 ล้านบาท โดยไตรมาส 1 มีปัญหาและอยู่ระหว่างเจรจารอการชำระ จึงคาดว่าแนวโน้มสินเชื่อรถบรรทุกจะดีขึ้น และครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากมีเม็ดเงินงบประมาณอัดฉีดเข้ามา เราเน้นสินเชื่อมีรายได้ สัญญาแน่นอน อาจมีสะดุดบ้างในรายใหญ่บางราย แต่ทั้งปียังมั่นใจ NPL จะรักษาให้ไม่เกิน 4%

โฟกัสแคมเปญใหม่ๆ - ปรับ Yield เช่าซื้อ ย้ำราชาเงินผ่อนเจาะตลาด EEC
คุณชูศักดิ์ เผยถึงกลยุทธ์การเติบโต จะมุ่งเน้นแคมเปญโทรศัพท์มือถือที่ดอกเบี้ยสูงไม่มีเพดาน เจาะกลุ่มลูกค้าหลัก โดยลูกค้าเป้าหมายในกลุ่ม EEC เราเชื่อว่าเรามีประสิทธิภาพ และเป็นที่รู้จักกันดี ถ้าเอ่ยชื่อ สตาร์มันนี่ ทุกคนจะรู้จักเราดี ในฐานะราชาเงินผ่อนในภาคตะวันออก
และนอกจากการขยายผลิตภัณฑ์แล้ว ยังวางกลยุทธ์การปรับ Yield เช่าซื้อ จากการประเมินดอกเบี้ยของ SM ถือว่าต่ำกว่าคู่แข่งท้องถิ่นเยอะมาก จากเดิมโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.1% คู่แข่งอยู่ที่ประมาณ 7-8% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า 1.6% ปัจจุบัน เราได้มีการปรับ Yield โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค จากเดิม 2.1% เป็น 3.1% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเดิม 1.6% เป็น 2.1% ทั้งนี้ ยังอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าคู่แข่งค่อนข้างเยอะ ลูกค้ารับได้กับการปรับเนื่องจากเรามีเทคโนโลยีใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าให้พอดีกับค่างวดที่ชำระได้ ออกแบบโปรดักส์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายได้ ก็เป็นอีกจุดแข็งในการเติบโตและคุมเสี่ยงเรื่อง NPL
โอกาส และจุดแข็งที่แตกต่าง
ปัจจุบันหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ดีมานด์สินเชื่อมีความต้องการเยอะ และการแข่งขันสูงมาก จากจำนวนรถยนต์จดทะเบียนสะสมกว่า 40 ล้านคันทั่วประเทศ โดยสัดส่วนภาคตะวันออก EEC จำนวน 7 จังหวัด เทียบเป็น 10% อยู่ที่ 450,000 ล้านคัน หรือตกประมาณ 50,000 ล้านบาท พอร์ตของเราอยู่ประมาณ 2,700 ล้านบาท ที่เป็นสินเชื่อกู้ยืมประมาณ 5% คิดว่ามีโอกาสในการเติบโต แม้ธุรกิจเงินกู้ยืมมีการแข่งขันที่สูง แต่เรายังมีช่องทางการขายอีกมาก
ในด้านธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ หรือขายสินค้าเงินผ่อนมองเป็นโอกาส ดอกเบี้ยเงินผ่อนไม่มีเพดาน High yield คู่แข่งไม่ค่อยมี สินเชื่อของเราเน้นความความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ แอร์ ตู้เย็น ทีวี โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เลี่ยงไม่ได้ว่าจำเป็นมากว่าใช้ชีวิตในการทำงาน ในการเรียน เราจึงเน้นโฟกัสตรงนี้มากเป็นพิเศษ
มูลค่าตลาดรายปีของผลิตภัณฑ์ที่เราขายสินค้าในภาคตะวันออก มูลค่าตลาดมือถืออยู่ที่ 18,000 ล้านบาท คอมพิวเตอร์ โน้ตบุค 12,000 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้า 25,000 ล้านบาท รวมๆ แล้วมูลค่าตลาดต่อปีของสินค้าที่เราขาย ประมาณ 55,000 ล้านบาทในภาคตะวันออก สะท้อนว่าสัดส่วนเรายังน้อยมาก ทั้งปีเราขายได้ 900 ล้านบาท คิดเป็นยังไม่ถึง 2% ของตลาดรวม จึงเชื่อมั่นว่ามีโอกาสในการเติบโตได้อีกเยอะในส่วนของมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ โน้ตบุค และมีแผนในการเจาะตลาดใหม่ค่อนข้างเยอะ
นอกจากมูลค่าตลาดที่ใหญ่แล้ว จากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มี 55,000 แห่งในสถานประกอบการ คนทำงานมีอยู่เกือบ 2 ล้านคน ก็เป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ที่เราพยายามเจาะเข้าไปให้ได้
อีกทั้ง การลงทุนของภาครัฐ และภาคเอกชน การเติบโตของ EEC จะเป็นการเติบโตในส่วนของ Supply Chain ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ บริษัทฯ ห้างร้าน นิคมอุสาหกรรมจะเกิดขึ้นอีก ภาครับเหมา อสังหาริมทรัพย์ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ท่องเที่ยว โรงแรมก็จะตามมา ในส่วนนี้กระตุ้นกำลังซื้อ และเป็นเป้าหมายใหญ่ที่จะเจาะเข้าไป ปัจจุบันเรามีการจับมือกับร้านตู้มือถือ ตามจุดขายมือถือแหล่งชุมชน เราจะขยายเข้าเพิ่มเติมอีก

แผนขยายสาขา บุกตลาดสินเชื่อ EEC
เรามองไว้ว่า อาจมีการเปิดสาขาใหม่ในครึ่งปีหลัง แต่การเปิดสาขาต้องการมีการลงทุน จึงมุ่งเน้นทำเลที่มีศักยภาพจริงๆ ผลตอบแทนต้องคุ้มกับการลงทุน โดยเฉพาะในส่วนของโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เราต้องเน้นไปในกลุ่มที่มีประชากรหนาแน่น นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น
ขณะนี้เรากำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม เอาเทคโนโลยีมาพัฒนา เพื่อรองรับลูกค้าได้ทั่วทุกภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า หรือการขอสินเชื่อต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแบบ 24/7 คือตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ทำให้เราไม่ต้องลงทุนในการเปิดสาขามาก สามารถเพิ่มรายได้ และไม่เพิ่มค่าใช้จ่าย
การขยายอาณาจักร บุกตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติม
ปัจจุบัน SM มีสาขา 98 แห่ง และเป็นสาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง คือจังหวัดอุดรธานี กับโคราช โดยกำลังให้ทีมเซอเวย์ในการหาพื้นที่ศักยภาพในการขยายสาขาเพิ่มเติม
อีกทั้ง ปัจจุบันเรามีทีมเจาะตลาดรถบรรทุกอยู่ทั่วในพื้นที่ทั้ง 4 ภาคได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และกรุงเทพและปริมณฑล และมีทีมเจาะตลาดเชิงรุก ทำให้ได้เซอร์เวย์สถานที่การเปิดสาขาที่มีศักยภาพที่เพียงพอ เรามั่นใจว่า การพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า จะเอามาใช้เพิ่มศักยภาพการให้บริการในทุกภูมิภาคเพิ่มเติม
แนวโน้มครึ่งปีแรก และครึ่งหลัง
ภาพรวมครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งแรก เชื่อว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในครึ่งปีหลังมากกว่า ทำให้กำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ความสามารถในการชำระหนี้มากขึ้น และสนับสนุนให้เราขายสินค้าได้มากขึ้น การชำระหนี้ดีขึ้น NPL น่าจะลดลง ครึ่งปีหลังน่าจะมีการลดดอกเบี้ย ทำให้เราได้รับประโยชน์ เรามีการปรับ Yield เช่าซื้อ เน้นสินค้าไฮมาร์จิ้น เราค่อนข้างมั่นใจว่า NIM จะเพิ่มมากว่าปีที่แล้ว หรือมีโอกาสทำกำไรโตแบบก้าวกระโดดกว่าปีก่อน
ทั้งนี้ ปี 2566 บริษัทฯ มี NIM 17% Loan yield 21% ขณะที่การบริหารต้นทุน Cost of fund 3-4% ซึ่งปีนี้ Loan yield จะเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าเรามีการปรับดอกเบี้ยเงินผ่อนเพิ่มมากขึ้น
เป้าหมาย 3 ปี โดยเฉลี่ยพอร์ตเติบโต 15-20% ทุกปี
ปีนี้จะโฟกัสในเรื่องการเติบโตมากขึ้น จากปีที่แล้วระมัดระวังในการคุมหนี้ โดยตั้งป้าปี 67 รายได้และพอร์ตสินเชื่อโต 15-20% จากปีก่อน โดยรายได้รวมไตรมาส 1 เราทำได้เติบโต 17% พอร์ตสินเชื่อโต14% ก็ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้
ปัจจัยความสำเร็จมาจาก ยอดขายที่เติบโต โดยเฉพาะจากพอร์ตโทรศัพท์มือถือ อีกทั้ง เรามีสินเชื่อเช่าซื้อ โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่างๆ คู่แข่งส่วนใหญ่แทบจะไม่มีสินเชื่อเช่าซื้อ และเรามีการปรับ Yield ดอกเบี้ยเงินผ่อน เพราะฉะนั้นตรงนี้รายได้ของเราเติบโตจากสินค้า High margin จึงทำให้ภาพรวมกำไรปีนี้สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมกับการมุ่งเน้นคุณภาพของสินเชื่อเป็นหลัก แม้เศรษฐกิจปีก่อนมีความเสี่ยง รัฐบาลไม่ชัดเจน ภาวะหนี้ครัวเรือน เงินเฟ้อ ทำให้ NPL ปรับขึ้นมา เราต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ทำให้พอร์ตสินเชื่อปีที่แล้วไม่โต แต่ปีนี้เรามั่นใจ หลังจากเราจัดการหนี้เสียไปค่อนข้างพอสมควร จึงคาดว่าเราจะมีหนี้ที่ดีขี้น และวางเป้าในอนาคต 3 ปี โดยเฉลี่ยพอร์ตเราจะโต 15-20% ทุกปี
การลงทุนใหม่ เสริมทัพเรื่องดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเพิ่มความสามารถธุรกิจ
ปีนี้เราเน้นการลงทุนเรื่องเทคโนโลยีเป็นหลัก ควบคู่กับพิจารณาการเปิดสาขา หากเราเจอทำเลดี ตั้งเป้าการลงทุนเทคโนโลยีโดยเฉพาะ จำนวน 20 ล้านบาท เน้นในเรื่องทำให้เทคโนโลยีสามารถขยายธุรกิจได้ด้วย ป้องกันความเสี่ยงได้ด้วย สามารถทำให้การติดตามหนี้ดีขึ้น เห็นได้ชัดจากระบบล็อกโทรศัพท์เข้ามาช่วยป้องกันหนี้ด้อยคุณภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ที่่สำคัญยังช่วยให้ผลการจัดเก็บชำระหนี้มียอดที่ดีขึ้นชัดเจน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืม เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
และการพัฒนาเรื่องของ AI และ Machine Learning ในส่วนโปรแกรมออกแบบสินเชื่อให้เหมาะกับความสามารถของลูกค้า ปัจจุบันเราเอามาใช้แล้วกับสินเชื่อเช่าซื้อ โทรศัพท์มือถือล็อกโฟน และขยายในส่วนของเงินกู้ยืมในครึ่งปีหลัง คาดสิ้นปีจะสมบูรณ์ เพื่อทำให้ภาพรวมการชำระหนี้น่าจะดีขึ้น NPL น่าจะดีขึ้นด้วย
รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อสเกลอัพทางธุรกิจ เพิ่มช่องทางการขายไม่จำเป็นว่าต้องเป็น 7 จังหวัดของภาคตะวันออก เรากำลังพัฒนาให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้ อันนี้เรากำลังพัฒนาอยู่
จับมือ เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ รุกติดตั้งโซล่ารูฟท็อป
การลงทุนใหม่ตอนนี้เรามีดีลพันธมิตรหลายรายทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุดเป็นทางการกับ บริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมี 2 เฟส คือ เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ มาติดตั้งโซล่ารูฟท็อปให้ SM ทำให้เราประหยัดค่าไฟได้พอสมควร และจับมือต่อยอดปล่อยสินเชื่อโซล่ารูฟท็อป เจาะกลุ่ม 55,000 แห่งทั่ว EEC อันนี้คือเป้าหมายใหญ่ ถ้าเราปล่อยสินเชื่อเราได้ดอกเบี้ย และมีค่าแนะนำจากการแนะนำลูกค้า นอกจากนี้มีอีกหลายดีลที่กำลังดีลกัน หากมีความชัดเจนจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกทีเราพยายามเน้นเรื่องกรีนเอ็นเนอยี่ โดยเฉพาะ ESG
สำหรับเงิน IPO เราสามารถใช้ได้ถึงไตรมาส 3 ปี 68 คาดว่าเงิน IPO รองรับการต่อยอดธุรกิจได้อยู่
การออกหุ้นกู้หากมีโอกาสกำลังศึกษา เราจะระมัดระวังและศึกษาอย่างรอบคอบ
ฝากถึงนักลงทุน
ถึงแม้รายได้เราจะโต 15% แต่รายได้ของเราเป็นรายได้ที่โตไม่ธรรมดา เพราะเติบโตจากผลิตภัณฑ์ High margin เป็นหลัก ทำให้กำไรโตแบบก้าวกระโดดมากกว่ารายได้ที่เติบโต เรามีจุดเด่นที่แตกต่างกับผู้เล่นรายอื่น คือ เรามีสินเชื่อเช่าซื้อ ที่ผู้เล่นรายอื่นแทบจะไม่มี และสินเชื่อตัวนี้เป็นสินเชื่อที่มี High margin สูง ไม่ถูกแคปเพดานของดอกเบี้ยจากหน่อยงานกำกับแบงก์ชาติ เราก็จะมุ่งเติบโตตรงนี้เป็นหลัก ที่สำคัญเรามีการปรับ Yield ขึ้นมา จากเดิมของเราต่ำกว่าคู่แข่งเยอะ
แม้วันนี้บริษัทฯ จะยังเล็ก มั่นใจ SM มีโอกาสเติบโตสูง ในภาพรวมศักยภาพการเป็นราชราเงินผ่อนของเราจะเติบโตได้ โดยเฉพาะเรื่องของสินเชื่อเช่าซื้อที่เรามีความชำนาญ รวมทั้ง มีการปรับดอกเบี้ยต่างๆ ดังนั้นการโต 15% ถือเป็น Organic Growthการขยายตัวของ EEC ส่งผลให้ SM โตตามไปด้วย ที่สำคัญการดีลกับพันธมิตร เราอยู่ระหว่างพูดคุยพาร์ทเนอร์หลายราย หากดีลสำเร็จเชื่อว่าจะทำให้เราโตได้เพิ่มเติมมากขึ้น หรือในอนาคตอาจพิจารณาถึง M&A

