หากพูดถึง "กลุ่มบริษัทสามารถ" ธุรกิจเกี่ยวกับระบบการสื่อสารโทรคมนาคมของไทยที่มีมายาวนานของกลุ่มตระกูล "วิไลลักษณ์" จากความเชี่ยวชาญที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีจึงเป็นทั้งโอกาสในการต่อยอดธุรกิจเดิม และการเฟ้นหาธุรกิจใหม่ นำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทีมข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ "คุณโฟน - รัฐนันท์ วิไลลักษณ์ " คลื่นลูกใหม่แห่งอาณาจักรหมื่นล้าน บุตรชายคนโตของ "คุณวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" ปัจจุบันเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART รับผิดชอบงานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จะมาบอกเล่าถึงการขยายธุรกิจของกลุ่ม รวมถึงเฟ้นหาธุรกิจใหม่ๆ ที่กลุ่มสามารถไม่เคยทำมาก่อน โดยมีเป้าหมายให้ธุรกิจในกลุ่มกลับมาเทิร์นอะราวด์ พร้อมบอกเล่ามุมมอง แนวคิด และหลักในการทำงาน

***เล็งแตกไลน์ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน - รุก AI Security
ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ถือเป็นเมกะเทรนด์ โดยจะเน้นที่ธุรกิจซื้อขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มาก ทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องนี้ และประเทศไทยได้ประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ห (Net Zero) ในปี 2573 และเทรนด์ตรงนี้ยังอยู่ไป 20 ปีข้างหน้า
ตลาดคาร์บอนเครดิต เราไม่ได้มองคู่แข่ง เพราะตลาดใหญ่มาก ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย แต่มองไปถึงตลาดทั่วโลก เชื่อว่าภายในปี 2570 ประเทศไทยจะเริ่มมีกฎระเบียบมากขึ้น จะถือเป็นโอกาสของการดำเนินธุรกิจ
"ในยุโรปหากไม่มีพื้นที่พอที่จะปลูกป่า ในอนาคตก็ต้องมาซื้อในเอเชีย และเวลาซื้อ ลูกค้าจะซื้อสัญญาระยะยาว 10 ปี เราทำก่อนก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดี"
ปัจจุบันอยู่อยู่ระหว่างหารือกับคณะกรรมการ ความเป็นไปได้อาจแยกธุรกิจออกมาจากบริษัทแม่ (spin-off) ซึ่งมีความพร้อมอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ 2-3 ราย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในปี 68

อีกธุรกิจที่มองไว้ คือ AI Security (เพิ่มความปลอดภัยด้วยเครือข่ายด้วยปัญญาประดิษฐ์) ซึ่งจะมาช่วยทำให้ระบบความปลอดภัยดีขึ้น เพราะปัจจุบันมีปัญหาพวกบัญชีม้า บัญชีปลอม หลอกให้โอน หรือ SMS แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากสถิติ 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกหลอกจากกลุ่ม/แก๊งเหล่านี้ เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 70,000 ล้านบาท ธุรกิจนี้จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ช่วยลดการสูญเสีย เป็นโอกาสที่จะช่วยให้ประเทศไม่สูญเสียประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) สามารถออกกฎหมายบางอย่างรองรับ เพื่อแก้ปัญหา Scammer ได้
ทั้งนี้แผนการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัท วางเป้าหมายลงทุน 2-3 โครงการ มูลค่ารวม 500 ล้านบาท คาดหวังรีเทิร์นหลักพันล้านบาท ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ควรที่จะทำเพราะเห็นรีเทิร์นที่ชัดเจน
*** SAV เร่งเครื่องโครงการที่สปป.ลาว เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน โดยบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV จากปัจจุบันให้บริการด้านวิทยุการบินรายเดียวในกัมพูชา มีแผนขยายไปให้บริการที่สปป.ลาว เนื่องจากมีจำนวนเที่ยวบินผ่าน 3.9 แสนเที่ยวบินต่อปี เมื่อปี 2562 สูงกว่าที่กัมพูชา 3 เท่าตัว และรายได้ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่ากัมพูชาเกือบ 2 เท่า จากกัมพูชามีเที่ยวบินที่บินผ่าน 1.34 แสนเที่ยวบินต่อปี มีรายได้ 65 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับรัฐบาล สปป.ลาว ในการเข้าไปศึกษา เพื่อขอสัมปทาน 30 ปี จากปัจจุบันที่รัฐบาลทำอยู่ โดยศึกษาเพื่อทำให้ดีขึ้น เสนอส่วนแบ่งรายได้อาจเป็น Revernew Sharing ตอนนี้รอทางสปป.ลาว ส่ง MOU กลับมา คาดใช้เวลาศึกษา 1-2 เดือน สิ้นปีนี้น่าจะเซ็นสัญญาได้ และไตรมาส 1/68 น่าจะเข้าไปดำเนินการหลังได้สัมปทานแล้ว ด้วยเงินลงทุน 100 ล้านเหรียญฯ เพื่อลงทุนด้านวิทยุการบิน หอบิน แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ทั้งหมด"
ด้วยขนาดการลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จะต้องมีที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ศึกษาข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อนำเสนอคณะกรรมการและขออนุมัติผู้ถือหุ้นในการเข้าลงทุน
"เบื้องต้นต้องได้สัมปทาน 30 ปี ในการเข้าไปดูแลวิทยุการบิน เราเข้าไปเพื่อปรับปรุงการทำงาน อบรมพนักงานให้ดีขึ้น โอกาสสูงที่จะได้เพราะเป็นเจ้าเดียวที่ทำ ถ้าดำเนินการได้ก็จะเป็นโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่ม เพราะปัจจุบัน SAMART ถือหุ้น 75% ใน SAV ซึ่งปีนี้ที่ สปป.ลาว คาดรายได้ 82 ล้านเหรียญฯ หรือ 3 พันล้านบาท เที่ยวบินถือว่ายังไม่ฟื้นตัวกลับมา 100% หลังจากโควิด แต่ถ้าเราเข้าไปดำเนินการปี 68 อาจกลับมา 100%"
นอกจากนี้ยังมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจนี้ในประเทศเมียนมา เนื่องจากมีเที่ยวบินจากยุโรป และตะวันออกกลาง ก่อนจะเดินทางไปต่อทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จะบินผ่านเมียนมาทั้งหมด เป็นตลาดที่กว้างมาก
นอกจากนี้ ยังมองธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกิจการบิน หรือขยายธุรกิจบริการภายในสนามบินทั้งในและต่างประเทศ ให้ครอบคลุมและครบวงจรมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างรายได้ประจำให้แข็งแกร่ง ปัจจุบันยอมรับว่า อยู่ระหว่างเจรจากับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

*** ลุ้น SAMART ปีนี้พลิกกำไรสุทธิ
มั่นใจว่าผลประกอบการของธุรกิจในเครือ จะสูงขึ้นกว่าปีก่อนอย่างแน่นอน ด้วยปัจจัยบวกจากการเติบโตของทุกสายธ หนุนให้ SAMART เข้าสู่ช่วง Turnaround เชื่อว่าทั้งปีจะเป็นกำไรสุทธิ สะท้อนจากไตรมาส 2/67 หากไม่นับรวมการตั้งสำรองคดีเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 (BAGOC) บริษัทมีกำไร 155 ล้านบาท และครึ่งปีหลังคาดยังดีต่อเนื่อง จากจะไม่มีตั้งสำรองแล้ว
"คิดว่าปีนี้จะเห็นกำไรสุทธิ ส่วนรายได้รวมทั้งเครือ มีโอกาสแตะ 1 หมื่นล้านบาท จากเป้า 1.2 หมื่นล้านบาท ต้องรอดูไตรมาส 3-4 จะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4 เป็นไฮซีซั่น SAV มีโอกาสที่กำไรสูงขึ้น ทำให้ SAMART ทั้งเครือในไตรมาสสุดท้ายจะพลิกมีกำไร หรือถ้าตัดตั้งสำรองคดี BAGOC ออกไป SAMART น่าจะมีกำไรปีนี้ 400 ล้านบาท เป็นกำไรของ SAV 450 ล้านบาท ขณะที่ SAMTEL งานประมูลเริ่มทยอยกลับมา ปีหน้าจะรับรู้รายได้มากขึ้น"
สำหรับ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL ปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่างานในมือทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ด้วยการเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในเดือนก.ย.นี้ มีงานใหญ่ที่จะประกาศหลักพันล้านบาท และยังมีงานที่จะประมูลโปรเจกต์ที่มีโอกาสได้อีก 2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่บริษัท เทด้า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) 5,000 ล้านบาท ถ้าทำงานได้มากก็รับรู้ได้มาก
บริษัทสามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SDC มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปีนี้ขาดทุนน้อยลง หากส่งมอบวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล (Digital Trunked Radio System) ได้ครบ ในไตรมาส 4 น่าจะมีกำไร เป็นผลบวกต่อบริษัทแม่
"ถ้า SDC ขาดทุนน้อยลง ตัวอื่นๆ ที่บวกอยู่แล้วจะดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้า SDC เทิร์นอะราวนด์แล้ว ก็ไม่มีธุรกิจไหนที่ต้องตัด แต่จะมองหารายได้เพิ่มมากกว่า"

*** สานต่อธุรกิจ ต้นแบบในการทำงาน เรียนรู้จากพ่อ
ในฐานะที่เป็นลูกชายคนโต ได้เห็นการทำงานของคุณพ่อ "วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" เยอะมาก ตั้งแต่เด็กๆ ช่วง ป.6 ปิดเทอม คุณพ่อจะส่งไปทำงานที่โรงงาน ทำเสาอากาศ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ให้ค่าขนมวันละ 100 บาท โดยหลักการทำงานของคุณพ่อ ซึ่งคติที่คุณพ่อสอนเสมอ คือ "ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน" เรื่องความซื่อสัตย์พูดถึงบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาทำงานกับผู้ใหญ่ และไม่พูดจาลับหลังกับใคร เรื่องการทำงานหนัก มีคุณพ่อเป็นแบบอย่าง ทำงานเช้ากลับบ้านดึก วันเสาร์ -อาทิตย์ จะไปเจอผู้ใหญ่ ไปคุยงาน เราก็ซึมซับมาเต็มที่ และด้วยความที่เป็นลูกชายคนโต เรื่องการทำงานทุ่มเกิน 100 เพื่อให้ประสบความสำเร็จ
คุณโฟนเรียนจบปริญญาโท MBA Babson College เคยทำงานกับสตาร์ตอัป เน้นบริษัทที่ทำด้านเทคโนโลยี และทำงานในหลายๆ อย่าง ก่อนจะเข้ามาทำงานในกลุ่ม SAMART ซึ่งในการทำงาน คุณพ่อปล่อยให้คิดและลองทำมากกว่า ซึ่งเป็นข้อดีให้เราเรียนรู้ บางทีผิดพลาดก็เรียนรู้เอง ไม่ได้กำหนดต้องทำอะไรบ้าง ด้วยภาระและความรับผิดชอบที่รู้อยู่แล้วว่าเราต้องทำอะไร
"คงด้วยความที่บ้านเราทำเทคโนโลยีมา แล้วตัวเองชื่อโฟนด้วย พอได้เห็นเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ จะรู้สึกตื่นเต้น กลับมานั่งคิดว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ พวกนี้มันสามารถเอามาต่อยอดกับสิ่งที่เรามีอะไรอย่างไรได้บ้าง ทำให้เราอยากพัฒนาสิ่งที่เราทำ รวมถึงพัฒนาตัวเองไปด้วย"

*** หลักการทำงานเน้นเรียนรู้ - รับฟัง
แนวทางการทำงาน คุณโฟน บอกว่า อาจจะต่างจากคนรุ่นก่อน เพราะคนรุ่นก่อนๆ เวลาเป็นเจ้านายจะสั่ง แต่พอยุคสมัยนี้ เป็นเรื่องความเท่าเทียม การรับฟัง โฟนจะรับฟังความคิดเห็นมากขึ้น การเสนอแนะ (Feedback) แบบนี้ คิดเห็นอย่างไร แบบนี้โอเครมั้ย ชอบแบบนี้ หรือติดปัญหาอะไร เป็นการทำงานแบบสื่อสารกันมากขึ้น
ถึงทุกวันนี้ก็คิดว่าไม่ได้ทำงานดี ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ การทำงานของเด็กรุ่นใหม่ต้อง balance คือต้องทำงานกับผู้ใหญ่ได้ด้วย การทำงานกับผู้ใหญ่ ต้องดึงข้อดีของแต่ละช่วงอายุเข้ามาเสริมในสิ่งที่เราขาด เช่น คนอายุ 50-60 ปี มีความรอบคอบ มีประสบการณ์ จะมีมากกว่าเรา ผ่านอะไรมาเยอะ ก็จะให้คำแนะนำ คอยตักเตือน ช่วง 30-40 ปี ก็จะเก่งในอีกรูปแบบ แต่เรารุ่นใหม่ อายุ 20 ปี กว่า ก็จะมองไปข้างหน้า คืดอะไรเร็วๆ แล้วก็รีบไป แต่เวลาทำงานร่วมกับหลายกลุ่มช่วงอายุก จะต้องระวัง รอบคอบมากขึ้น เพื่อให้มีโอกาสผิดพลาดน้อยลง
เป้าหมายการทำงานขณะนี้ ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และต้องเรียนรู้ โฟกัสกับงานที่ทำอยู่ ทำให้ดี ทำให้ success ก่อน ถ้าเริ่มทำสำเร็จแล้ว ผู้ใหญ่เชื่อว่าเราทำได้ จะมอบหมายงานที่สำคัญ ก็จะเป็นโอกาสที่จะเติบโตในสายงานไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเรารีบขึ้นเป็นผู้บริหาร แล้วยังไม่คม ยังขาดประสบการณ์ณ์ ก็เป็นดาบสองคม ทำให้คนที่ทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชามองว่า เป็นหัวหน้าแต่ไม่เห็นเก่ง ก็จะขาดความเชื่อใจ
"ตอนนี้จุดที่โฟนอยู่โอเครแล้ว ช่วงเวลานี้ ด้วยอายุตอนนี้ ค่อยๆ โต ไม่อยากให้มองเป็นลูกของใคร"

*** ไลฟ์สไตล์ นอกบทบาททำงาน
นอกจากบทบาทหน้าที่ใน SAMART แล้ว ยังมีหลายๆ กิจกรรมที่ มีร้านอาหาร Tsuta ร้านราเมนจากญี่ปุ่นของครอบครัว โดยซื้อแฟรนไชส์ ปัจจุบัน มีสาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลลาดพร้าว
และด้วยความที่ชื่นชอบกีฬาฟุุตบอลมาก ตอนเด็กเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน ทีมเยาวชนเมืองทอง ใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่มี ทำให้ต้องหยุดไว้ แต่ความฝันสูงสุดในอนาคตอยากมีสโมสรฟุตบอลต่างประเทศ อยากเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลอังกฤษ ถ้าได้มาก็จะมีความสุขมาก
"ชอบลิเวอร์พูลมาก เป็นเรื่องของอนาคต อยากเป็นเจ้าของทีม เราอาจไม่ต้องถือ 100% แต่ถือส่วนหนึ่ง ก็ถือว่า Complete แล้ว นอกจากนี้ ด้วยความชื่นชอบเทคโนโลยี อยากให้บริษัทไทยสร้างเทคโนโลยี ในอนาคตที่อยากทำ เป็นความฝัน เพราะเราโตมากับเทคโนโลยี"
กิจกรรมที่ชอบ คือ อ่านหนังสือ ประเภทพัฒนาตัวเอง หนังสือธุรกิจ นอกจากเป็นนักอ่านแล้ว ยังเป็นช่างภาพด้วย ชอบถ่ายรูป เพราะเป็นคนที่ชอบเรื่องเทคโนโลยีตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว







