ไทยเบฟ เจ้าภาพจัดแข่งขันโอลิมปิก ชิงแชมป์ธุรกิจเพื่อโลกยั่งยืน พาร์ทเนอร์เครือข่ายคนรุ่นใหม่ ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อโลกยั่งยืนจัดเวทีแข่งขัน Enactus World Cup ดึงนักคิดเพื่อสังคมกว่า 2,000 คน จาก 32 ประเทศ เฟ้นโมเดลธุรกิจเพื่อโลกก้าวข้ามความขัดแย้งและท้าทาย เพิ่มรางวัลธุรกิจยั่งยืน ที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คนกลุ่มนักคิด และสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลก จะต้องรู้จักกับ Enactus คือ องค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลก ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1975 ที่สหรัฐอเมริกา เดิมใช้ชื่อว่า Students In Free Enterprise (SIFE) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Enactus ในปี 2012 มาจากคำว่า Entrepreneurial Action for Us (Entrepreneurial -ผู้ประกอบการ, Action – การลงมือทำจริง และ Us – เพื่อพวกเราทุกคน ภายหลังเปลี่ยนเป็น Enactus เพื่อให้สั้น กระชับ และมีเอกลักษณ์ที่มีความหมาย โดยการใช้พลังผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งก่อตั้งมากว่า 50 ปี
โดยการจัดเวทีแข่งขัน Enactus World Cup นั้น ถือว่าเป็นเวทีบ่มเพาะและผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Entrepreneurs) ที่ใช้พลังความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Education) สร้างโครงการจริงเพื่อสร้างผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต เวที Enactus World Cup จึงไม่เพียงแต่เป็นเวทีการแข่งขัน แต่ยังเป็นขบวนการระดับโลกที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและโลกอย่างเป็นรูปธรรมที่เติบโตอย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 40,000 คน จาก 35 ประเทศ และมีศิษย์เก่าหลายแสนคนที่ยังคงสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงในบทบาทต่าง ๆ ทั้งในแวดวงธุรกิจ ภาคสังคม และนโยบาย สิ่งที่โดดเด่น คือ Enactus ไม่ได้หยุดแค่การแข่งขัน แต่ยังสร้างชุมชนการเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงนักนวัตกรรมสังคม ผู้นำธุรกิจ และนักวิชาการเข้าด้วยกัน
โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน Enactus World Cup ภายในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ที่ไทยเบฟเวอเรจได้ทุ่มทุนหลักกว่า 10 ล้านบาทในการสนับสนุนการจัดงานตลอด 4 วันเต็มในครั้งนี้ เพื่อให้ทีมนักศึกษาจากทั่วโลกกว่า 2,000 คนเข้าร่วมชมทิศทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนของไทยควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อเป็นการดึงดูดพลังคนรุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้จริงผ่านนวัตกรรมและหลักการทางธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ( United Nations Sustainable Development Goals 17 Goals) ที่ได้เข้ามามีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในประเทศไทย

ไทยเบฟ แบ่งปันคุณค่าผ่านเวที Enactus
คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานอำนวยการ Sustainability Expo 2025 กล่าวเปิดงานพร้อมกันกับกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมแข่งขัน Enactus World Cup ว่า แนวคิดการทำธุรกิจของไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มหลากหลายประเภท ตั้งแต่ “นมถั่วเหลืองไปจนถึงซิงเกิลมอลต์” ใน 10 ประเทศทั่วโลก รวมถึงฝรั่งเศส นิวซีแลนด์และสหราชอาณาจักรนั้น ภารกิจของไทยเบฟนั้น ต้องการ “สร้างและแบ่งปันคุณค่าการเติบโต”
โดยความร่วมมือกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคมและชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ พร้อมกันกับมุ่งเน้นการส่งเสริมพลังให้กับเยาวชนผ่านการศึกษา และการพัฒนาชุมชนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน จึงสร้างความร่วมมือกับ Enactus Global และมูลนิธิรากแก้วเป็นพันธมิตรที่เหมาะสม และตัดสินใจเป็นเจ้าภาพร่วมในการแข่งขัน Enactus World Cup 2025 ซึ่งเป็นปีแห่งการฉลองครบรอบ 50 ปีของ Enactus เพื่อผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ขณะที่การจัดงาน SX2025 ในปีนี้ ได้จัดขึ้นในธีม “การปรับตัวและการร่วมมือ” มุ่งสร้างความตระหนัก และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้แต่ละคนหันมาลงมือทำ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานด้านความยั่งยืนมาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ ความรู้ นวัตกรรมและประสบการณ์จริง ผ่านการจัดกิจกรรมสำหรับทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็ก ศิลปิน นักเรียน ผู้สูงอายุ ไปจนถึงภาคธุรกิจขนาดใหญ่

Enactus World Cup ขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ สู่ความยั่งยืน
ขณะที่การจัดการแข่งขัน Enactus World Cup จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกในปัจจุบัน ให้ก้าวข้ามอุปสรรคที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความท้าทาย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการปรับตัวอย่างยืดหยุ่น และสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยรวบรวมนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษากว่า 2,000 คน จาก 32 ประเทศ โดยมีตัวแทนเยาวชนจากแต่ละประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันนำเสนอ โครงการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ครอบคลุมหลายมิติของความท้าทายด้านความยั่งยืนระดับโลก
“เราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ดังนั้น เมื่อพัฒนาโครงการอยากให้ลองจินตนาการว่า โครงการที่คุณทำอยู่สามารถต่อยอดและสร้างผลกระทบและพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในอนาคตได้อย่างไร? ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความท้าทายนั้น พลังการเคลื่อนไหวทางสังคมและผู้ประกอบการเพื่อสังคมและเป็นกำลังแห่งการขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างอนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน”
โดยการออกแบบแนวทางการพัฒนานั้นจะต้องเริ่มต้นจากแก้ไขปัญหาในชุมชน ด้วยการนำโมเดลธุรกิจมาเสริมที่ไม่ใช่แค่การทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเท่านั้น แต่ต้องมีการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ การวางกลยุทธ์การตลาดและความเป็นไปได้ทางการเงิน เป็นสิ่งที่ทำให้โครงการเติบโตและอยู่รอดได้ในระยะยาว ถือเป็นโอกาสสร้างประสบการณ์ผ่านการทำงานเป็นทีม การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ และปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อเป้าหมายสู่ความสำเร็จ และค้นพบโมเดลที่สร้างความยั่งยืน

ส่งต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่ธุรกิจเพื่อสังคม
นอกเหนือจากหลักการและทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจได้เป็นตัวชี้วัดในการสร้างความยั่งยืนให้กับโลกคู่กับธุรกิจได้ คือ “จริยธรรมทางธุรกิจ” และความรอบคอบ ความประมาณตนนั้นได้สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP – Sufficiency Economy Philosophy)ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานสู่ประชาชนชาวไทย ได้นำไปปรับใช้กับการพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืน
“ เมื่อมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก หากเรายังคงซื่อสัตย์ต่อเป้าหมายจะทำให้ทุกคนสามารถลุกกลับมาใหม่ได้เสมอ จนกว่าจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ทักษะด้านธุรกิจและความมุ่งมั่นแล้ว ยังมี “จริยธรรมทางธุรกิจ” และ “ความรอบคอบไม่ก้าวเกินตัว” ก็เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งจะสอดคล้องกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ในหลวง ร. 9 พระราชทานแก่พวกเราจะนำไปปรับใช้กับการพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืน”
ดังนั้น ไทยเบฟจึงได้มีการเพิ่มรางวัลแนวคิดเกี่ยวกับ “ SEP” ให้กับทีมที่มีโครงการสะท้อนหลักการ “ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัว ได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น จึงขอให้ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการผสานความร่วมมือผ่านการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง ทำความรู้จักเพื่อนใหม่เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และสร้างผลกระทบที่ดีให้กับโลก พร้อมกับชมงาน Sustainability Expo และออกไปเที่ยวชมกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ ของ ขอบคุณที่เดินทางไกลจากทั่วโลก เช่น ประเทศอย่างบราซิลและแคนาดา และขอให้ทุกทีมโชคดี”

SX2025 มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ทั้งนี้ งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 มาผนวกกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เพื่อเป็นแนวทางสำคัญในการจัดงาน
อย่างไรก็ตาม SX Expo ได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยได้เปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2567 มีผู้เข้าชมกว่า 770,000 คน และในปีนี้มีวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญกว่า 750 ท่าน พร้อมเครือข่ายภาครัฐ เอกชนและองค์กรชั้นนำกว่า 270 แห่ง ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างสมดุลให้โลกไปด้วยกัน
สำหรับความพิเศษในปีนี้ คือ ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Enactus World Cup 2025 ซึ่งตรงกับโอกาสครบรอบ 50 ปีของ Enactus โดย Enactus Global ร่วมกับมูลนิธิรากแก้ว และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อผลักดันพลังคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการเยาวชน ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน บนเวทีระดับโลก
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเราที่ efinancethaiconnect : https://connect.efinancethai.com

