จับสัญญาณกลุ่มธุรกิจ ‘ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง” ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 68 ที่ถือเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่มักสะท้อนถึงสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เพราะการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของภาคประชาชนและการขยายโครงการก่อสร้างต่างๆ รวมถึงภาวะตลาดอสังหาฯของไทยที่ยังอยู่ในช่วงขาลง
ทั้งนี้ปัจจุบันมี 3 ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO, บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL และบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME ซึ่งผลงานที่ผ่านมามีทั้งที่เพิ่มขึ้นและลดลง แต่ภาพรวมตัวเลขยังอยู่ในระดับอ่อนตัว เพราะผู้บริโภคยังคงระวังการจับจ่าย จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
| บริษัท | กำไร Q3/68 (ลบ.) | เปลี่ยนแปลง YoY | กำไรงวด 9 เดือนปี 68 (ลบ.) | เปลี่ยนแปลง YoY |
| HMPRO | 1,303 | -9.60% | 4,409 | -7.68% |
| GLOBAL | 388 | 7.69% | 1,524 | -17.53% |
| DOHOME | 102 | 32.40% | 504 | -1.90% |
*** มรสุมปัจจัยลบ กดดันเศรษฐกิจ-ฉุดกำลังซื้อชะลอตัว
จากการรวบรวมข้อมูลงบการเงินในช่วงไตรมาส 3/68 พบว่า ปัญหาที่ทั้ง 3 บริษัทต้องเจอในไตรมาสนี้ คือความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง,ประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจ
ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศยังถูกจำกัดด้วยกำลังซื้อที่อ่อนแอและความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค เนื่องจากระดับหนี้สินครัวเรือนที่ยังทรงตัวสูง แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อบรรเทาภาระหนี้และกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม นอกจากนี้ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวไม่เต็มศักยภาพ ทำให้ไม่สามารถเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตามการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วงปลายไตรมาส ซึ่งช่วยคลี่คลายความไม่แน่นอนทางการเมืองลงได้บ้าง แต่การขาดความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายและการลงทุน นอกจากนี้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นฤดูฝนของประเทศไทย สภาพอากาศที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ได้ส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางของลูกค้าและส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) มีการปรับตัวลดลง
*** Q3/68 กำไรกลุ่มอ่อนตัว 4.36% – ฉุดผลงาน 9 เดือนลดลงถ้วนหน้า
สำหรับภาพรวมผลประกอบการกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3/68 ที่ผ่านมา พบว่าหุ้นทั้ง 3 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 1,797 ล้านบาท หรือลดลง 4.36% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 1,879 ล้านบาท โดยเฉพาะพี่ใหญ่ในกลุ่มอย่าง HMPRO ที่ทำกำไรสุทธิได้เพียง 1,303 ล้านบาท หรือลดลง 9.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,442 ล้านบาท เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมทำได้เพียง 16,715.77 ล้านบาท หรือลดลง 1.74% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
สวนทางกับทางด้าน GLOBALและ DOHOME ที่กลับมีกำไรที่เติบโตมากขึ้น โดย DOHOME เป็นบริษัทที่มีกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดกว่า 32.4% หลังมีกำไรสุทธิที่ 102 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 77.08 ล้านบาท รองลงมาคือ GLOBAL มีกำไรสุทธิ 388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 360 ล้านบาท
แต่อย่างไรก็ตาม หากเข้าไปดูในคำอธิบายของ GLOBALและ DOHOME ถึงปัจจัยที่ทำให้กำไรเติบโตนั้น มีข้อสังเกตุตรงที่ หลักๆมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและการลงทุนในบริษัทย่อย รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งไม่ได้มาจากยอดขายสินค้าแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามในงวด 9 เดือนแรกปี 68 พบว่าทั้ง 3 บริษัทมีกำไรปรับตัวลดลงถ้วนหน้า นำโดย GLOBAL มีกำไรสุทธิ 1,524 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 17.53% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,848 ล้านบาท รองลงมาคือ HMPRO มีกำไรสุทธิ 4,409 ล้านบาท หรือลดลง 7.68% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,776 ล้านบาท และ DOHOME มีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท หรือลดลง 1.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 514 ล้านบาท
หากเจาะลึกข้อมูลยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG – Same Store Sales Growth) ของทั้ง 3 บริษัทในช่วงไตรมาส 3/68 ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่ยังคงติดลบต่อเนื่อง โดย HMPRO มียอดขายจากสาขาเดิมติดลบ 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากผลประกอบการที่อ่อนแอในภาคอีสานและภาคเหนือ สถานการณ์เลวร้ายลงในเดือนต.ค.
ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมของ GLOBAL ในช่วงไตรมาส 3/68 ติดลบ 0.9% และ DOHOME ยอดขายสาขาเดิมติดลบอยู่ที่ 11%
*** คาดผลงานไตรมาสสุดท้ายของปียังเหนื่อย – กดดันผลงานปรับตัวลดลง
สำหรับช่วงที่เหลือของปี 68 ของทั้ง 3 บริษัท หากรวบรวมข้อมูลต่างๆ จะพบว่า จากมุมมองของทั้งผู้บริหาร และนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองไปในเชิงลบ เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยที่ท้าทายรออยู่ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีแนวโน้มซึมต่อ รวมถึงภาวะน้ำท่วมที่กินเวลายาวนานเกินไป
โดยผู้บริหารของ HMPRO อย่าง “รักพงศ์ อรุณวัฒนา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์ และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ออกมาระบุถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/68 มองว่ายังคงเหนื่อย จากปัจจัยภายนอกหลายด้าน ทั้งกำลังซื้ออ่อนแรง ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง ภาพเศรษฐกิจชะลอ และความเสี่ยงน้ำท่วมในเดือน ต.ค. พร้อมคาดว่ารายได้รวมทั้งปีนี้แนวโน้มลดลงใกล้เคียงกับผลประกอบการ 9 ในช่วงเดือนแรกที่ผ่านมา
“ปี 68 ถือเป็นปีที่เหนื่อย ยอดขายรวมลดลงและ SSSG ติดลบ โดยเฉพาะในภาคเหนือและอีสานที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มเติม แต่ธุรกิจศูนย์บริการช่างกลับเติบโตโดดเด่น สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาปรับปรุงบ้านแทนการซื้อใหม่” นายรักพงศ์ กล่าว
ขณะที่ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินยอดขายสาขาเดิม (SSS) ของ HMPRO จะยังคงอ่อนแอในไตรมาส 4/68 เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน และคาดว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมจะกลับมาปกติในปี 69 เนื่องจากฐานที่ต่ำในปีนี้
อย่างไรก็ตามทางฝั่ง GLOBAL และ DOHOME แม้ผู้บริหารยังไม่ออกมาให้ข้อมูลเหมือนกับ HMPRO แต่พบว่านักวิเคราะห์ประเมินว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS) จะยังคงติดลบในไตรมาส 4/68 เช่นกัน
โดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 4/68 ของ GLOBAL จะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้อานิสงส์จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสัดส่วนยอดขายสินค้า house brand สูงขึ้น แต่จะหักล้างไปกับยอดขายที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการเปิดสาขาร้านใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากกำไรในงวด 9 เดือนปี 68 คิดเป็นประมาณ 76% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ดั้งนั้นจึงมองว่ากำไรปีนี้ของบริษัทน่าจะเป็นไปตามประมาณการและยังคงประมาณการกำไรปี 68 เอาไว้เท่าเดิม
ส่วน บล.พาย จำกัด (มหาชน) คาดยอดขายสาขาเดิม (SSS) ของ DOHOME ช่วง QTD ของไตรมาส 4/68 มีทิศทางดีขึ้นเป็น -5% ถึง -7% เทียบกับ -11% ในช่วงไตรมาส 3/68 ผลจาก SSSG ของ Back office ที่-2% ถึง -3% ฟื้นตัวตามงานก่อสร้างภาครัฐ แม้ว่า SSSG ของ POS ยังคง -7% ถึง -9% ใกล้เคียงกับช่วงไตรมาส 3/68 ผลจากยอดขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกทม.ที่ยังหดตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากกำลังซื้อผู้บริโภคและฝนที่ตก แต่คาดว่าจะทยอยดีขึ้นจากมาตรการภาครัฐและปริมาณฝนตกลดลง ดังนั้นมีโอกาสที่ผลประกอบการไตรมาส 4/68 จะประคองตัวได้จากช่วงเดียวกันปีก่อน และฟื้นตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง
*** รวมมุมมองโบรกฯต่อหุ้นทั้ง 3 บริษัท
สำหรับอนาคตของหุ้นทั้ง 3 บริษัทเป็นอย่างไรนั้น จากการรวบรวมคาดคิดเห็นจากบทวิเคราะห์ พบว่าส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการขยายสาขาต่อเนื่อง แรงหนุนจากมาตรการรัฐ และและโอกาสจากดอกเบี้ยขาลง ส่วนทางฝั่งของปัจจัยลบยังคงถูกปกคลุมจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ยังหดตัวและกำลังซื้ออ่อนแอ,ผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และสภาพอากาศจากฝนที่ตกหนักและน้ำท่วม รวมถึงการแข่งขันที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยในส่วนของ HMPRO มองว่าแม้ผลประกอบการระยะสั้นจะอ่อนแอ แต่ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว และมีปัจจัยหนุนจากงบดุลที่แข็งแกร่ง การขยายสาขา และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูง เป็นโอกาสในการเข้าสะสม
ด้าน GLOBAL ยังคงมีมุมมองที่เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย โดยเน้นที่การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4/68 อย่างไรก็ตาม SSSG ที่กลับมาอ่อนแอในเดือนต.ค.และปัญหาในธุรกิจต่างประเทศ อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้บางโบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ “ถือ” หรือ “เก็งกำไร”
ส่วน DOHOME มีมุมมองที่เปลี่ยนไปในทางบวกมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” หรือ “ขาย” เป็น “ซื้อ” เนื่องจากเชื่อว่ากำไรของ DOHOME ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในงวดไตรมาส 3/68 และมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากราคาเหล็กที่เข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายและทิศทาง SSSG ที่เริ่มดีขึ้นจากกลุ่ม Back office แม้ว่ายอดขายกลุ่มผู้บริโภคปลายทางยังอ่อนแออยู่ก็ตาม
โดยข้อมูลจากนักวิเคราะห์ ต่อหุ้นทั้ง 3 บริษัท มีดังนี้
HMPRO
| โบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บ./หุ้น) |
| ทิสโก้ | ซื้อ | 11 |
| บัวหลวง | ซื้อ | 9.4 |
| หยวนต้า | ซื้อ | 9.2 |
| พาย | ซื้อ | 8.5 |
| เคจีไอ | ซื้อ | 8.4 |
| เอเซีย พลัส | Neutral | 8.3 |
| อินโนเวสท์ เอกซ์ | OUTPERFORM | 8.2 |
| กรุงศรี | ซื้อ | 8 |
| ฟินันเซีย ไซรัส | ถือ | 8 |
| กรุงไทย เอ็กซ์สปริง | OUTPERFORM | 7.8 |
| ซีจีเอสฯ | ซื้อ | 7.3 |
| ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ถือ | 7 |
| กสิกรไทย | Neutral | 6.8 |
| ยูโอบี เคย์เฮียน | ถือ | 6.3 |
GLOBAL
| โบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บ./หุ้น) |
| ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 9.5 |
| ทิสโก้ | ซื้อ | 9 |
| อินโนเวสท์ เอกซ์ | Outperform | 8.8 |
| บัวหลวง | ถือ | 8.3 |
| พาย | ถือ | 8.2 |
| กรุงศรี | Neutral | 8 |
| หยวนต้า | ซื้อเก็งกำไร | 8 |
| เคจีไอ | Neutral | 6.5 |
| กรุงไทย เอ็กซ์สปริง | underperform | 5.65 |
DOHOME
| โบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บ./หุ้น) |
| ทิสโก้ | ซื้อ | 10 |
| ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 5 |
| กรุงศรี | ซื้อ | 4.6 |
| พาย | ซื้อ | 4.3 |
| เอเซีย พลัส | Neutral | 3.8 |
| ซีจีเอส ฯ | ซื้อ | 4.7 |
| หยวนต้า | ซื้อ | 4.5 |
| กสิกรไทย | Neutral | 4.2 |
| บัวหลวง | ขาย | 4 |
| เคจีไอ | Neutral | 3.8 |
| กรุงไทย เอ็กซ์สปริง | Neutral | 3.5 |
ข้อมูลอ้างอิง : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย/Settrade

