สรุป 40 ข้อ อ.พิริยะ "Exit The Matrix" อยากหลุดพ้นหรือวนลูปเดิม
ทอล์คโชว์ที่ดีที่สุดแห่งปีของ อ.ตั๊ม พิริยะ บิตคอยเนอร์ตัวพ่อของเมืองไทยกับ 3 ชั่วโมงเต็ม ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"Exit The Matrix" อยากหลุดพ้น...หรือวนลูปเดิม? ที่ฟังไป สะอึกไปบรรยายนี้ อ.ตั๊มฉายเดี่ยวครบทุกอรรถรส เผ็ด หวาน จัดจ้าน แสบทรวง เป็นอีกหนึ่งอาหารจานเด็ด ให้คุณได้ลองชิมผ่านเลนส์ของเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน
ที่แน่นอนว่าหลายๆ อย่างนี่ #อุบร๊ะ! มันช่างขัดแย้งกับที่เราเคยร่ำเรียนมาเสียจริง หลายแง่มุมที่เราได้อ่านน่าจะกระตุ้น “ต่อมเอ๊ะ?” ให้เราลองหาคำตอบเพิ่มเติมกันต่อ
หากว่าคุณพร้อมแล้ว…นี่คือ “กุญแจดอกแรก”
1.การเข้าใจว่า “โลกนี้ทำงานอย่างไร” มันจะเปลี่ยน “มุมมอง” ของคุณต่อโลกนี้ไป ตลอดกาล
2.ลองนึกถึงชีวิตมนุษยชาติในทุกวันนี้อยู่ใน “ระบบที่ภาครัฐดูแล” และบอกเราว่าอะไรทำได้ไม่ได้และดูแลสวัสดิ การใช้ชีวิตไม่มีอิสรภาพตกอยู่ในสภาวะ “ทาส”
3. “ทาส” คือคนที่ไม่มีอิสรภาพคำว่า “อิสรภาพ” คือสิทธิในการที่คุณจะสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเลือกในชีวิตด้วยตัวเอง และรับผลกระทบด้วยตัวคุณเอง
4.ยุคนี้มันไม่ใช่การควบคุมทาสด้วยโซ่ตรวนหรือกฎหมายแต่ “เงิน” คือสิ่งที่ผู้คุมอำนาจใช้เป็นเครื่องมือควบคุมมนุษย์เปรียบเสมือน “ระบบทาสยุคใหม่”
5.ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์คือ “เวลา” เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างไหมว่า “จะหยุดทำงานเมื่อไหร่” หรือทำในสิ่งที่ตนเองรักกี่โมง
6.ทางออกเดียวที่จะทำให้เรา “หลุดพ้น” จากสภาวะที่ถูกควบคุมคือ “การออมเงิน” ซึ่งจะนำมาสู่อิสรภาพแต่ “เงินเฟ้อ” กลับกัดกร่อนมูลค่าของเงินลดลงเรื่อยๆ
7. “เงินเฟ้อ” ทำให้การเก็บออมเป็นเรื่องยากมากขึ้น และทำให้คนต้องทำงานไปตลอดชีวิตเพื่อมีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
8.การพิมพ์เงินเพิ่มของรัฐบาลเป็นสาเหตุหลักของเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหลังการยกเลิกมาตรฐานทองคำในปี 1971 ทำให้รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินได้ไม่จำกัด
9.การพิมพ์เงินเพิ่มมักถูกใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ส่งผลเสียในระยะยาว
10.เงินเฟ้อรุนแรง เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในหลายประเทศทำให้ค่าเงินลดลงอย่างรวดเร็วเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมตามมา
11.รัฐบาลรายงานอัตราเงินเฟ้อโดยใช้ CPI ซึ่งไม่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าที่แท้จริง เนื่องจากสามารถเปลี่ยนแปลงสินค้าในตะกร้าและควบคุมราคาสินค้า
12.การควบคุมราคาสินค้าโดยรัฐเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ มักนำไปสู่การขาดแคลนสินค้าและปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งขึ้น
13.เงินเฟ้อทำให้ “ค่าแรงเพิ่มขึ้นช้ากว่าค่าเงินเสื่อม” ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อขึ้นเงินเดือน บริษัทขนาดเล็กกลายเป็นทางผ่าน เกิดปัญหาสมองไหลไปสู่บริษัทใหญ่
14.เมื่อสมองไหลไปสู่บริษัทใหญ่ ส่งผลให้ธุรกิจขนาดเล็กรอดได้ยาก ธุรกิจขนาดใหญ่ก็ยิ่งเติบโต ความเหลื่อมล้ำทางรายได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
15.เงินเฟ้อสูง ทำให้ผู้คนหาทางรักษามูลค่าเงินด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น อสังหาฯ หุ้น ทองคำ ทำให้ตลาดสินทรัพย์เหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว
16.กองทุนมักจะเน้นลงทุนในหุ้นใหญ่มากกว่าหุ้นเล็ก เกิดบริษัท "ซอมบี้" ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่สร้างผลผลิตจริง เพราะแม้บริษัทใหญ่แต่บางแห่งแทบจะไม่มี Productivity
17.ทั้งหมดก็มาจาก “เงิน” เงินที่ดีต้องทำหน้าที่ 3 ประการคือ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เก็บมูลค่าและเป็นหน่วยวัดมูลค่าทำให้เราวางแผนอนาคตได้
18.แต่ปัญหาของ “เงิน” ในทุกวันนี้ นอกเหนือจากเสื่อมค่าลงทุกปีแล้วเราไม่รู้ว่ามันจะเสื่อมค่าต่อปีเท่าไหร่ การวางแผนชีวิตระยะยาวจึงเป็นไปได้ยากมาก
19.แม้แต่สหรัฐฯ ก็เผชิญปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงในช่วงโควิด แค่ปีเดียวปริมาณเงินเพิ่มขึ้น 43% มูลค่าเงินลดลงเกือบครึ่งโดยที่ปชช.ไม่รู้ตัว ตอนนี้ราคาสินค้ากำลังเพิ่มขึ้น
20.เงินเฟ้อเป็นการลงโทษคนที่เก็บออมแต่ให้รางวัลกับคนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยคล้ายกับระบบทาสที่ผู้คุมให้เงินพอยังชีพแต่คุมราคาสินค้า ทำให้ออมยาก รวยก็ยาก
21.การควบคุมปริมาณเงินเป็นเครื่องมือควบคุมสังคม มีการทดลองในค่ายกักกันทหารที่ใช้บุหรี่เป็นเงินพบว่า การเพิ่มปริมาณบุหรี่ทำให้โครงสร้างอำนาจในค่ายเปลี่ยนแปลง
22.เมื่อมีผู้ผลิตเงินเป็นรัฐบาล แล้วสามารถใช้การควบคุมปริมาณเงินในการควบคุมสังคมได้ รัฐบาลจะกลายเป็นลูกค้าสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง แทนที่จะเป็นประชาชน
23.ระบบการศึกษาและระบบสุขภาพถูกบิดเบือนเมื่อรัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงิน เน้นวัดที่ปริมาณผู้ที่เรียนจบตามเคพีไอรัฐ ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของประชาชน
24.ประวัติศาสตร์นับครั้งไม่ถ้วนบอกเราว่า การทำให้เงินเฟ้อหรือการที่รัฐบาลใช้เงินเป็นเครื่องมือในการปกครอง สร้างให้เกิดจุดจบของอารยธรรม
25.เงินฝืด ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่จริงๆ แล้วอาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประชาชน เพราะทำให้สินค้าราคาถูกลงและเงินออมมีค่ามากขึ้น
26.การใช้ “ทองคำ” เป็นมาตรฐานเงินตราช่วยให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมในช่วงศตวรรษที่ 18-19 แต่การยกเลิกมาตรฐานทองคำทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ
27.เงินเฟ้อทำให้การลงทุนระยะยาว และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ลดลง เนื่องจากนักลงทุนต้องการผลตอบแทนเร็วเพื่อชดเชยค่าเงินที่เสื่อมลง
28.การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในช่วงศตวรรษที่ 20 ช้าลง เมื่อเทียบกับศตวรรษก่อนหน้า เนื่องจากระบบเงินที่ไม่มั่นคง
29.ระบบเงินที่มั่นคงจะช่วยให้คนมีอิสรภาพในการเลือกทำงานที่ตนรัก และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ๆ
30.การเก็บออมในทองคำและที่ดินเป็นวิธีรักษามูลค่าเงินที่ดี แต่ก็จะมีกฎหมายควบคุม เช่น ภาษีที่ดินซึ่งอาจกระทบต่อเจ้าของที่ดินรายย่อยมากกว่านายทุน
31.ในปี 2008 มีการเผยแพร่แนวคิดการสร้างเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบ peer-to-peer โดยบุคคลนิรนามชื่อ “ซาโตชิ นากาโมโต” สิ่งนั้นคือ “บิตคอยน์”
32.ก่อนหน้านี้กลุ่ม Cypherpunks เคยพยายามสร้างเงินตามแนวคิดนี้แต่ไม่สำเร็จพวกเขาเป็นกลุ่มโปรแกรมเมอร์ที่ต่อต้านการควบคุมของรัฐบาล พัฒนาเทคฯ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว
33.บิตคอยน์มีอุปทานจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญและไม่มีใครสามารถผลิตขึ้นมาได้โดยที่ไม่มีต้นทุน ทุกคนต้องทำ PoW ใช้ไฟ ใช้พลังงานสร้าง Productivity
34.การมีจำกัดหมายความว่าคุณมี 1 บิตคอยน์ในวันนี้ผ่านไป 100 ปีก็ยังมี 1 ใน 21 ล้านเหรียญเหมือนเดิม เป็นนโยบายการเงินที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
35.นโยบายการเงินนั้นๆ จะทำให้ “เงินเฟ้อหรือเงินฝืด” ไม่สำคัญเท่ากับการเป็นนโยบายการเงินที่ “สามารถคาดเดาได้” เพราะทำให้ผู้คนสามารถวางแผนอนาคตได้
36.ปัจจุบัน bitcoin ถูกผลิตออกมาแล้ว 94% เหลืออีกประมาณ 1.2 ล้าน bitcoin ที่จะทยอยออกมาในอีกประมาณ 120 ปีต่อจากนี้
37.บิตคอยน์อยู่รอดมาได้ 15 ปีและสามารถเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาด ณ ปัจจุบันอันดับ 10 ของโลกแล้ว
38.มูลค่าบิตคอยน์เทียบดอลลาร์ราคาอาจจะแกว่ง แต่ถ้าเทียบ 1 บิตคอยน์ = 1 บิตคอยน์จากทั้งหมด 21 ล้านบิตคอยน์ มันก็จะมีเท่านั้นตลอดไป
39.หนังสือ The Bitcoin Standard ที่แปลเล่มแรก อ.ตั๊ม พยายามหาสำนักพิมพ์ที่จะตีพิมพ์แต่ส่วนใหญ่ปฏิเสธบอกว่าไม่ยุ่งกับ scam แต่มีซีเอ็ดยอมพิมพ์ให้
40.โดยสรุป “คุณจะออมเป็นอะไรก็ได้” แต่ขอให้เข้าใจในสิ่งที่ออม และหากบอกว่าไม่มีเงินแต่อยากออม bitcoin ก็ลองพิจารณาคำพูดของพี่วิชิตบิตคอยเนอร์ตัวพ่อที่มักบอกอยู่เสมอว่า “แดกก่อนเก็บ!”
เอาล่ะ! จากนี้ไป “กุญแจดอกที่สอง” อยู่ในมือคุณแล้ว อยู่ที่คุณจะไขมันลึกลงเพียงใด หรือจะหยุดมันไว้เพียงเท่านี้…
------------------------------------------------
ที่มา : ช่องยูทูบ Right Shift ตอน "Exit The Matrix" อยากหลุดพ้นหรือวนลูปเดิม?











