| SINO เชื่อรายได้ปีนี้เติบโตตามเป้า 12% แตะ 4,300 ลบ. หลังซื้อ "เอ.เอส. โลจิสติคส์" 100% พร้อมรับรู้กำไรตั้งแต่ Q3/68 ส่วนกลุ่มธุรกิจ Air Freight ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 100 ลบ. ก่อนโตเท่าตัวในปี 69 ชูอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังสดใส หลังได้ข้อสรุปภาษีสหรัฐฯ นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางทะเลบนเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกา 6 เดือนแรกของปีนี้ได้รับผลกระทบเชิงบวก และ ลบ จากความไม่แน่นอนของการปรับขึ้นอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ของสหรัฐฯ ซึ่งเกิดการเร่งนำเข้าสินค้าในไตรมาสแรกที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีพื้นฐาน 10% กับทุกประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2568 อย่างไรก็ตาม การขนส่งสินค้ากลับมาชะลอตัวเล็กน้อยในครึ่งเดือนหลังของเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากกังวลต่อความไม่แน่นอนของการปรับขึ้นอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่เริ่มมีตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2568 ในขณะที่แนวโน้มภาพรวมธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางทะเลบนเส้นทางไทย-สหรัฐฯ ช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่า จะมีดีมานด์ต่อเนื่อง หลังจากได้พบกับผู้นำเข้าสินค้าที่สหรัฐฯ เนื่องจากอัตราภาษีฯ ของไทย-สหรัฐฯ ที่ 19% ต่ำกว่าเวียดนามเล็กน้อยและเท่ากับมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ กัมพูชา ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกหลักในอาเซียน รวมถึงไทยใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) เป็นส่วนใหญ่ จึงมีความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ วางแผนขยายการลงทุนในครึ่งปีหลัง เพื่อมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศครบวงจรระดับภูมิภาค และ ปรับพอร์ตรายได้ในปัจจุบันที่มาจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจบริการ Sea Freight (ขนส่งสินค้าทางทะเล) ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักกว่า 90% 2) กลุ่มธุรกิจบริการ Air Freight (ขนส่งสินค้าทางอากาศ) จะมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจ Sea Freight ในอนาคต 3) กลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ เช่น คลังสินค้าให้เช่า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต  ล่าสุด คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ ได้อนุมัติให้ บริษัท เอสเอ็นซี คาร์โก้ เซอร์วิสเซส จำกัด (SNC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SINO เข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ จำกัด (A.S. Logistics) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่ดำเนินธุรกิจบริการ Air Freight Forwarder โดยใช้งบลงทุน 35 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจและทำให้ SINO มีต้นทุนการบริการ Air Freight ลดลง โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากบริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ จำกัด ตั้งแต่เดือน กันยายน 2568 โดยทีมผู้บริหารชุดเดิมของบริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ จำกัด จะบริหารงานต่อไป ขณะเดียวกัน จะยกระดับธุรกิจของ SNC ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบิน หรือ Cargo General Sales Agent (GSA) เพื่อขายระวางสินค้าแก่ Freight Forwarder โดยตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2568 คาดกลุ่มธุรกิจ Air Freight จะทำรายได้ 100 ล้านบาท และ ปี 2569 จะทำรายได้กว่า 200 ล้านบาท หรือ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3% ของรายได้จากการบริการรวม และ จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 5% ของรายได้จากการบริการรวมใน 3-5 ปีข้างหน้า "ปีนี้เรามั่นใจว่า รายได้จะเติบโตตามเป้าหมายที่ 12% แตะ 4,300 ล้านบาท หลังสถานการณ์ภาษีกับสหรัฐมีความชัดเจน และ การที่เราเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ ซึ่งทำให้เรารับรู้กำไร และ รายได้ ตั้งแต่ไตรมาส 3/68 ตลอดจนสถานการณ์กำแพงภาษีสหรัฐก็มีความชัดเจน ส่งผลให้การขนส่งสินค้าเติบโตขึ้น"นายนันท์มนัส กล่าว ทั้งนี้ นอกจากการลงทุนขยายธุรกิจบริการ Air Freight บริษัทฯ ได้วางแผนขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ SINO Worldwide เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยหลังจากร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ในมาเลเซียจัดตั้งบริษัท Sino Worldwide Logistics SDN. BND และ สำนักงานที่ประเทศมาเลเซียในปี 2567 โดย SINO ถือหุ้น 51% เพื่อสนับสนุนแผนการเพิ่มปริมาณขนส่งสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 800 ตู้ต่อเดือนในครึ่งปีหลังของปี 2568 จากเฉลี่ย 700 ตู้ต่อเดือนในครึ่งปีแรก ส่วนในประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัท Sino Worldwide Vietnam Co.,Ltd และ สำนักงานเมื่อเดือนเมษายน 2568 โดย SINO ถือหุ้น 60% ซึ่งคาดว่า จะมีปริมาณขนส่งสินค้าเฉลี่ย 250 ตู้ต่อเดือนในครึ่งปีหลังของปี 2568 นอกจากนี้ จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนและสำนักงานที่อินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 1 ปี 2569 และ ในอนาคตบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายธุรกิจดังกล่าวในประเทศสหรัฐฯ จีน ไต้หวัน อีกทั้ง ธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ SINO เตรียมเปิดบริการคลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone) พื้นที่เกือบ 6,000 ตารางเมตร ภายในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่คลังสินค้ารวมเป็นกว่า 33,000 ตารางเมตร และ วางแผนลงทุนคลังสินค้าปลอดอากรแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อกระจายทำเลและขยายพื้นที่คลังสินค้ารวมเป็น 50,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัลภายใต้ชื่อโครงการ VOYA ประกอบด้วย 1) การพัฒนาและติดตั้งระบบ Freight Cloud System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็วแม่นยำของการบริหารกระบวนการขนส่งสินค้า รวมถึงติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ และ 2) ติดตั้งระบบ SAP S4/HANA ซึ่งเป็นระบบ ERP อันดับหนึ่งของโลก เพื่อบริหารงานบัญชีและการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพด้านความถูกต้อง โปร่งใส และ การตรวจสอบที่เป็นระบบ นายสิทธิกร ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีประสบการณ์ และ ความเชี่ยวชาญการดำเนินธุรกิจบริการ Air Freight Forwarder กว่า 38 ปี โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบินกว่า 5 สายการบิน ครอบคลุมเส้นทางในเอเชีย ยุโรป และ สหรัฐฯ โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 80 ราย ขณะที่การเข้ามาถือหุ้นของ SINO จะเพิ่มศักยภาพขยายธุรกิจและฐานลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางอากาศปี 2568 – 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของธุรกิจการบิน และ การเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ ส่งผลดีต่อพื้นที่ระวางสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ จะเพิ่มทีมงานฝ่ายขายเพื่อขยายฐานลูกค้า และ ทำโรดโชว์ให้ข้อมูลกับสายการบินต่างๆ ภายใต้การสนับสนุนจาก SINO  |