5 เทรนด์คริปโทที่นลท. ต้องจับตา ภายในปี 2025
หลังจากที่ปี 2024 ได้สร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้วงการคริปโท ทั้งราคา Bitcoin ที่พุ่งทะลุ 100,000 ดอลลาร์ การอนุมัติ ETF ที่ดึงดูดนักลงทุนสถาบัน และการเติบโตของนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย
แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 นักลงทุนต้องจับตาดูกันต่อว่าความร้อนแรงนี้จะยังคงอยู่หรือไม่ โดยมี 5 เทรนด์สำคัญที่อาจเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในปีนี้ มาดูกันว่าเทรนด์เหล่านี้คืออะไร และทำไมถึงน่าติดตาม
1. Memecoins
เหรียญมีมยังคงเป็นกระแสแรงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 ได้เห็นผลตอบแทนที่น่าทึ่งในเหรียญอย่าง POPCAT, NEIRO และ MOODENG ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 8,800%, 21,200% และ 333,000% ตามลำดับ
จากการที่สามารถทำผลกำไรได้มากภายในระยะเวลาอันสั้นทำให้ดึงดูดนักลงทุนได้ง่าย เปรียบเสมือนกับการซื้อหวย ที่ถ้าหากซื้อถูกเหรียญก็เหมือนกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่งกันเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เหรียญมีมก็ยังคงเป็นเหรียญที่มีความเสี่ยง “สูงมาก” ถึงขั้นที่ว่า อาจหมดตัวได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หากเหรียญดังกล่าวโดนเทขายหนัก
2. Real World Assets (RWA)
ในปีหน้าอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือ RWA จากการที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2024 ด้วยมูลค่าตลาดที่พุ่งแตะ 1.61 พันล้านดอลลาร์ โดย RWA คือการแปลงสินทรัพย์จริงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือ พันธบัตรรัฐบาล
สิ่งที่ทำให้ RWA น่าสนใจคือการที่ทำให้สินทรัพย์มูลค่าสูงสามารถแบ่งย่อยและซื้อขายได้ง่ายขึ้น เช่น การลงทุนในตึกสำนักงานมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยเงินเพียงหลักหมื่น และการที่สามารถซื้อขายได้ตลอด 24/7 ไม่เหมือนกับตลาดทุนทั่วไปที่มักจะมีเวลาเปิด-ปิด
ทั้งนี้ ยักษ์ใหญ่ในวงการการเงินอย่าง BlackRock และ Franklin Templeton ก็เริ่มให้ความสนใจกับ RWA มากขึ้น โดยเฉพาะ Ethereum ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 81% ของ RWA ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมได้ถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน RWA ยังคงมีความท้าทายในเรื่องของกฎระเบียบและการกำกับดูแล รวมถึงความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการในการเก็บรักษาสินทรัพย์จริง เพราะหากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่มีมาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินลงทุนได้
3. Decentralized Science (DeSci)
DeSci หรือ Decentralized Science คือการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ เพื่อให้งานวิจัยและการพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมือของสถาบันใหญ่ๆ อีกต่อไป
โครงการอื่นๆ ที่น่าสนใจในวงการ DeSci ก็มี BIO Protocol ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในการพัฒนายา, Pump Science ที่สร้างตลาดซื้อขายโทเคนเกี่ยวกับยาต้านวัยและการยืดอายุ และ GLP1 ที่มุ่งแก้ปัญหาโรคอ้วน ซึ่งโครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า DeSci สามารถแก้ปัญหาสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลวิจัย การระดมทุน หรือระบบ peer review
โดยคาดว่าในปี 2025 เราจะเห็น DeSci พัฒนาไปสู่ "วิทยาศาสตร์ภาคประชาชน" อย่างแท้จริง โดยใช้บล็อกเชนสร้างความโปร่งใสและการเข้าถึงที่เท่าเทียม พร้อมกับการนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิจัย ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน
4. Decentralized Physical Infrastructure (DePIN)
DePIN คือเทคโนโลยีที่ทำให้ประชาชนธรรมดาสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างและได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต พื้นที่เก็บข้อมูล หรือระบบพลังงาน แทนที่จะปล่อยให้เป็นของบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ปัจจุบันตลาด DePIN มีมูลค่าสูงถึง 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์
ยกตัวอย่างเช่น Helium ที่ให้คนทั่วไปติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณไวไฟที่บ้าน และเมื่อมีคนมาใช้งาน เจ้าของอุปกรณ์ก็จะได้รับเหรียญ HNT เป็นรางวัล หรือ Filecoin ที่ให้คนแบ่งปันพื้นที่ในคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บข้อมูล แล้วได้รับเหรียญ FIL เป็นผลตอบแทน
Carlos Lei Santos ซีอีโอของ Uplink เชื่อว่าจะมีบริษัท DePIN มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต โดยจะทำหน้าที่เป็น "ผู้ประสานงานแบบกระจายศูนย์" เหมือน AWS ของโลกคริปโท
นอกจากนี้ Hatu Sheikh จาก DAO Maker ยังมองว่า DePIN จะเป็น "คู่หูที่ทรงพลัง" กับ AI ในการรองรับการประมวลผลที่ต้องการพลังการประมวลผลที่สูง
5. Artificial Intelligence (AI)
กลุ่มเหรียญ AI ก็เติบโตไม่แพ้กลุ่มเหรียญอื่นๆ ในปี 2024 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโทกำลังตื่นตัวกับการนำ AI มาใช้งานจริง โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด การทำนายราคา และการสร้างระบบซื้อขายอัตโนมัติ ซึ่งทำให้การลงทุนในคริปโทมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกสิ่งที่น่าจับตามองในกลุ่มเหรียญ AI คือการเกิดขึ้นของ AI Agents ซึ่งเป็นโปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถคิด ตัดสินใจ และทำงานได้เองบนบล็อกเชน ต่างจากบอทธรรมดาตรงที่ AI Agents สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ตามสถานการณ์
ยกตัวอย่างเช่น Truth Terminal ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยการผลักดันเหรียญ GOAT จนมีมูลค่าถึง 1 พันล้านดอลลาร์ หรือ aixbt ที่ช่วยนักลงทุนวิเคราะห์ตลาดและให้คำแนะนำการลงทุนแบบทันที ทำให้การลงทุนในคริปโทเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุน
โดยสรุป ในปี 2025 นี้นักลงทุนยังต้องจับตามองกันต่อไปว่าเทคโนโลยีไหนมีแนวโน้มที่จะเป็นเทรนด์หลักในปีนี้ ซึ่งแต่ละเทรนด์ก็มีมีจุดเด่นและความท้าทายที่แตกต่างกัน ทำให้นักลงทุนควรทำความเข้าใจทั้งโอกาสและความเสี่ยง และอย่าลืมว่าในวงการคริปโท ความผันผวนเป็นเรื่องปกติ การบริหารความเสี่ยงและการลงทุนอย่างมีวินัยจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
อ้างอิง : efinancethai efinancethai efinancethai beincrypto coingecko coindesk











